รอบรั้วเกษตร (อังคารที่ 1 มิ.ย.53)
คมชัดลึก :
จี้ผู้ว่าฯเร่งหาสาเหตุกุ้งตายยกบ่อ สงขลา - นายกาจบัณฑิต รามมาก ประธานชมรมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จ.สงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ส่งหนังสือผ่านไปยังนายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าฯ สงขลา ให้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบหาสาเหตุกุ้งในพื้นที่ ต.จะโหนง อ.จะนะ ตายยกบ่อและเสียหายแล้วกว่า 3 ล้านบาท รวมทั้งตรวจสอบคุณภาพน้ำในคลองนาทับที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะเป็นต้นเหตุให้กุ้งตายจากภาวะน้ำเสีย ทั้งนี้เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งบางส่วนได้ลงทุนปรับสภาพบ่อเลี้ยงกุ้งรวมทั้งอาหารและอุปกรณ์การเลี้ยงกุ้งไว้พร้อมแล้วเพื่อเตรียมเลี้ยงกุ้งรอบใหม่ แต่เมื่อเจอปัญหากุ้งตายและยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับสาเหตุจึงไม่กล้าปล่อยลูกกุ้งเพราะเกรงว่าอาจจะตายยกบ่อซึ่งเสี่ยงต่อภาวะขาดทุน จึงจำเป็นต้องยืดเวลาออกไป
นำร่องทำนาขั้นบันไดให้ชาวม้ง พิษณุโลก - นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าฯ พิษณุโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เตรียมพื้นที่บริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำภาคฝั่งขวา บ้านน้ำจวง หมู่ 13 ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เพื่อทำนาขั้นบันไดซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ทำการเกษตรให้แก่ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยได้อพยพมาอยู่ในพื้นที่แห่งนี้เป็นเวลานาน จนปัจจุบันมีประชากรภายในหมู่บ้านกว่า 2,000 คน ยังผลให้พื้นที่ทำการเกษตรซึ่งมีจำนวนจำกัดไม่เพียงพอต่อการทำกิน โดยเฉพาะพื้นที่ทำนาข้าว จึงได้มอบหมายให้หลายหน่วยงานบูรณาการร่วมกัน พร้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการดำรงชีวิต อยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ประมงกระบี่ลงพื้นที่สอบฟาร์มหอย กระบี่ - นายเสรี เพชรรักษ์ ประมงอำเภอเมืองกระบี่ กล่าวถึงการตรวจสอบฟาร์มหอยของเกษตรกร หลังรับแจ้งหอยทยอยตายจำนวนมาก เบื้องต้นพบว่า สภาพการตายของหอยเป็นการตายสะสมประมาณ 40% ต่อ 1 เส้น และในตัวของหอยมีตะกอนดินโคลนอยู่เต็ม ส่วนสาเหตุการตายคาดว่าน่าจะเกิดจากสภาพน้ำเปลี่ยนแปลง ช่วงเปลี่ยนฤดู อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวทางจังหวัดได้ประกาศเขตภัยพิบัติโรคระบาด และห้ามเลี้ยงหอยแมลงภู่เป็นระยะเวลา 5 ปี นับจากที่เจอปัญหาพยาธิเมื่อปี 2552 เพื่อตัดวงจรโรคระบาด แต่จากการสอบถามเกษตรกรชาวประมงทราบว่า มีความต้องการที่จะทดลองเลี้ยงเอง เพราะอยากรู้ ขณะเดียวกันหอยขาดตลาดและราคาดี และเห็นว่าปีนี้ไม่มีโรคระบาด แต่เป็นเพราะเกิดจากภาวะน้ำทะเลมีความร้อนสูง ทั้งนี้ได้เก็บตัวอย่างซากหอย และเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่ เพื่อหาสาเหตุการตายแล้ว
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
Monday, May 31, 2010
มข.วิจัยภูมิปัญญาไทย ปั้นตุ่ม ต่อลมหายใจนักปั้นบ้านหัวบึง
มข.วิจัยภูมิปัญญาไทย ปั้นตุ่ม
ต่อลมหายใจนักปั้นบ้านหัวบึง
คมชัดลึก :หากย้อนไปเมื่อสมัย 40-50 ปีที่แล้ว "ตุ่มดิน" ถือเป็นภาชนะสำหรับใส่น้ำดื่มของคนสมัยก่อน ทุกครัวเรือนมักจะมีตุ่มน้ำตั้งอยู่หน้าบ้าน ทำให้ชาวบ้านหัวบึง ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเดิมเป็นชาวโคราชที่อพยพโยกย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ ได้นำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านในการปั้นเครื่องปั้นดินเผาจากด่านเกวียนมายึดเป็นอาชีพหลัก ชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือนทำอาชีพปั้นตุ่ม
ปัจจุบันที่ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อย่างไฟฟ้าได้ขยายไปสู่ชนบท ทำให้แทบทุกครัวเรือนมีตู้เย็นสำหรับแช่น้ำดื่ม ขณะที่ตุ่มน้ำก็ค่อยๆ เลือนหายไป จนทำให้ชาวบ้านหัวบึงเดิมทำเป็นอาชีพหลัก ก็ค่อยๆ ทำเป็นอาชีพเสริม จนปัจจุบันบ้านหัวบึงเหลือคนทำปั้นตุ่มไม่ถึง 5 ครัวเรือน เพราะตุ่มน้ำขายไม่ออก
"ทุกวันนี้ไม่มีแล้วตุ่มน้ำ เพราะเวลาเอาไปขายเขาไม่ซื้อ เขาบอกว่าเชย ส่วนใหญ่เขาใช้ตู้เย็นและกระติกน้ำแข็งแทน เวลาไปขายคนซื้อพูดอย่างนี้ เราก็รู้สึกอาย" คำบอกเล่าของนางกุล กุมพล นักปั้นตุ่มแห่งบ้านหัวบึงที่คร่ำหวอดในอาชีพนี้มากว่า 50 ปีได้ระบายความรู้สึกให้ฟัง
ด้วยเหตุนี้ ผศ.ธนสิทธิ์ จันทะรี อาจารย์ประจำภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าโครงการ "การพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาไฟต่ำอีสาน" พร้อมคณะนักวิจัย จึงลงพื้นที่เพื่อทำการศึกษาวิจัยการพัฒนาเครื่องปั้นดินเผา พร้อมทั้งยังนำเอาความรู้ด้านการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์มาถ่ายทอด และต่อยอดภูมิปัญญาของชาวบ้าน ให้กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านหัวบึงสามารถปรับตัวและอยู่รอดได้ในยุคปัจจุบัน
ผศ.ธนสิทธิ์ เผยว่า มีการศึกษาวิจัยในภาพรวมเกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาไฟต่ำอีสาน โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน โดยเฉพาะการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา ทำให้ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบใหม่ๆ ออกมามากมาย ได้แก่ เก้าอี้ อ่างน้ำ แจกัน โมบาย โคมไฟ อ่างบัว กระถาง ไฟน้ำผุด กระถางแขวนมีโมบาย และชุดอโรมา โดยใช้วิธีการผลิตแบบดั้งเดิมของชาวบ้าน เน้นความเรียบง่าย
"สาเหตุที่ใช้ฟางข้าวเนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงมีอยู่ในท้องถิ่นและเป็นวิธีการเผาตั้งแต่สมัยบ้านเชียง อีกทั้งยังให้อุณหภูมิสูง ใช้เวลาเผาเพียง 30 นาที ก็สามารถนำตุ่มไปใช้ได้ ในขณะที่ใช้เชื้อเพลิงจากแกลบจะใช้เวลาในการเผาเฉลี่ยถึง 10 วัน"
หัวหน้าทีมวิจัยคนเดิมระบุอีกว่า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ในแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่ในท้องถิ่น เน้นเอกลักษณ์เฉพาะตน และส่งเสริมภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ควบคู่กับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบตลาด แต่ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีพอสมควร โดยเฉพาะกระถางต้นไม้ที่มีต้นกล้วยไม้ปลูกอยู่ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้เท่าตัว ปัจจุบันได้นำเอาผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านไปวางจำหน่ายที่สวนเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลานไม้มิตรภาพ และตลาดกุดกว้าง
ด้าน นางก้าน เกิดดี วัย 56 ปี ชาวบ้านหัวบึงที่ทำอาชีพปั้นตุ่มมาตั้งแต่อายุ 15 ปี บอกว่า อาชีพหลักของตนคือทำไร่ทำนา ส่วนการปั้นตุ่มเป็นอาชีพเสริมและตัดสินใจเลิกขายเมื่อ 2 ปีก่อน เพราะขายไม่ได้ เนื่องจากทำตุ่มน้ำเพียงอย่างเดียว อีกทั้งวัตถุดิบก็เริ่มหายาก แต่หลังจากทีมวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นเข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้ทุกวันนี้ยังปั้นตุ่มเป็นอาชีพเสริมเหมือนเดิม
ปัจจุบันมีรายได้จากการปั้นตุ่มถึง 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน โดยเฉพาะกระถางดอกไม้แบบคู่ ขายดีมาก รองลงมาก็จะเป็นประเภทโคมไฟ
การที่ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นเล็งเห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้านที่กำลังจะสูญหายไป และเข้าไปศึกษา วิจัย ต่อยอด และถ่ายทอดองค์ความรู้ ก็ทำให้ชาวบ้านหัวบึงต่อลมหายใจ จนทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผายังคงอยู่คู่กับชาวบ้านต่อไป
"มยุรี อัครบาล"
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ต่อลมหายใจนักปั้นบ้านหัวบึง
คมชัดลึก :หากย้อนไปเมื่อสมัย 40-50 ปีที่แล้ว "ตุ่มดิน" ถือเป็นภาชนะสำหรับใส่น้ำดื่มของคนสมัยก่อน ทุกครัวเรือนมักจะมีตุ่มน้ำตั้งอยู่หน้าบ้าน ทำให้ชาวบ้านหัวบึง ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเดิมเป็นชาวโคราชที่อพยพโยกย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ ได้นำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านในการปั้นเครื่องปั้นดินเผาจากด่านเกวียนมายึดเป็นอาชีพหลัก ชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือนทำอาชีพปั้นตุ่ม
ปัจจุบันที่ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อย่างไฟฟ้าได้ขยายไปสู่ชนบท ทำให้แทบทุกครัวเรือนมีตู้เย็นสำหรับแช่น้ำดื่ม ขณะที่ตุ่มน้ำก็ค่อยๆ เลือนหายไป จนทำให้ชาวบ้านหัวบึงเดิมทำเป็นอาชีพหลัก ก็ค่อยๆ ทำเป็นอาชีพเสริม จนปัจจุบันบ้านหัวบึงเหลือคนทำปั้นตุ่มไม่ถึง 5 ครัวเรือน เพราะตุ่มน้ำขายไม่ออก
"ทุกวันนี้ไม่มีแล้วตุ่มน้ำ เพราะเวลาเอาไปขายเขาไม่ซื้อ เขาบอกว่าเชย ส่วนใหญ่เขาใช้ตู้เย็นและกระติกน้ำแข็งแทน เวลาไปขายคนซื้อพูดอย่างนี้ เราก็รู้สึกอาย" คำบอกเล่าของนางกุล กุมพล นักปั้นตุ่มแห่งบ้านหัวบึงที่คร่ำหวอดในอาชีพนี้มากว่า 50 ปีได้ระบายความรู้สึกให้ฟัง
ด้วยเหตุนี้ ผศ.ธนสิทธิ์ จันทะรี อาจารย์ประจำภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าโครงการ "การพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาไฟต่ำอีสาน" พร้อมคณะนักวิจัย จึงลงพื้นที่เพื่อทำการศึกษาวิจัยการพัฒนาเครื่องปั้นดินเผา พร้อมทั้งยังนำเอาความรู้ด้านการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์มาถ่ายทอด และต่อยอดภูมิปัญญาของชาวบ้าน ให้กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านหัวบึงสามารถปรับตัวและอยู่รอดได้ในยุคปัจจุบัน
ผศ.ธนสิทธิ์ เผยว่า มีการศึกษาวิจัยในภาพรวมเกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาไฟต่ำอีสาน โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน โดยเฉพาะการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา ทำให้ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบใหม่ๆ ออกมามากมาย ได้แก่ เก้าอี้ อ่างน้ำ แจกัน โมบาย โคมไฟ อ่างบัว กระถาง ไฟน้ำผุด กระถางแขวนมีโมบาย และชุดอโรมา โดยใช้วิธีการผลิตแบบดั้งเดิมของชาวบ้าน เน้นความเรียบง่าย
"สาเหตุที่ใช้ฟางข้าวเนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงมีอยู่ในท้องถิ่นและเป็นวิธีการเผาตั้งแต่สมัยบ้านเชียง อีกทั้งยังให้อุณหภูมิสูง ใช้เวลาเผาเพียง 30 นาที ก็สามารถนำตุ่มไปใช้ได้ ในขณะที่ใช้เชื้อเพลิงจากแกลบจะใช้เวลาในการเผาเฉลี่ยถึง 10 วัน"
หัวหน้าทีมวิจัยคนเดิมระบุอีกว่า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ในแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่ในท้องถิ่น เน้นเอกลักษณ์เฉพาะตน และส่งเสริมภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ควบคู่กับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบตลาด แต่ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีพอสมควร โดยเฉพาะกระถางต้นไม้ที่มีต้นกล้วยไม้ปลูกอยู่ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้เท่าตัว ปัจจุบันได้นำเอาผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านไปวางจำหน่ายที่สวนเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลานไม้มิตรภาพ และตลาดกุดกว้าง
ด้าน นางก้าน เกิดดี วัย 56 ปี ชาวบ้านหัวบึงที่ทำอาชีพปั้นตุ่มมาตั้งแต่อายุ 15 ปี บอกว่า อาชีพหลักของตนคือทำไร่ทำนา ส่วนการปั้นตุ่มเป็นอาชีพเสริมและตัดสินใจเลิกขายเมื่อ 2 ปีก่อน เพราะขายไม่ได้ เนื่องจากทำตุ่มน้ำเพียงอย่างเดียว อีกทั้งวัตถุดิบก็เริ่มหายาก แต่หลังจากทีมวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นเข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้ทุกวันนี้ยังปั้นตุ่มเป็นอาชีพเสริมเหมือนเดิม
ปัจจุบันมีรายได้จากการปั้นตุ่มถึง 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน โดยเฉพาะกระถางดอกไม้แบบคู่ ขายดีมาก รองลงมาก็จะเป็นประเภทโคมไฟ
การที่ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นเล็งเห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้านที่กำลังจะสูญหายไป และเข้าไปศึกษา วิจัย ต่อยอด และถ่ายทอดองค์ความรู้ ก็ทำให้ชาวบ้านหัวบึงต่อลมหายใจ จนทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผายังคงอยู่คู่กับชาวบ้านต่อไป
"มยุรี อัครบาล"
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
เปิดแล้วน้ำสลัดเตี๋ยวเรือโบราณ
เปิดแล้วน้ำสลัดเตี๋ยวเรือโบราณ
คมชัดลึก : คึกคักไม่น้อยสำหรับงานมหกรรมรวมพลังเพื่อวันใหม่ และงานบางกอกเฮลท์เดย์ ปิดถนนให้คนเดินบนถนนสีลม โดยกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับ กทม. จัดขึ้นเพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองมาเปิดบูธขายสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม
อย่างน้อยก็เป็นทางออกให้พ่อค้าแม่ขายจะได้ระบายสินค้าและประชาชนก็จะได้เลือกหาซื้อสินค้าในราคาถูก เป็นการพบกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายโดยตรง บางทีบรรยากาศแบบนี้ในใจกลางเมืองคงจะเกิดขึ้นได้ไม่ง่ายนัก หลายคนบอกว่ารัฐบาลน่าจะจัดงานในลักษณะนี้บ่อยๆ อย่างน้อย 2-3 เดือนครั้ง เพราะจะได้กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า
การจัดงานอาจเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ถ้าระยะยาวจะต้องหาอาชีพให้เขา เพื่อให้เขามีรายได้ โดยเฉพาะ "ผู้ตกงาน" อันเป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองหรือผู้ที่อยากมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ต้องไม่พลาดการอบรมวิชาชีพระยะสั้นในโครงการ "คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ" ซึ่งจะเปิดอบรมในทุกวันเสาร์-อาทิตย์และจะเปิดอบรมเพิ่มในวันศุกร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เพื่อรองรับคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
อย่างที่เปิดสอนใน วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน และอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน ก็มีหลายหลักสูตรให้เลือก อาทิ การทำน้ำสลัดสายรุ้ง 12 สีเพื่อสุขภาพสูตรไขมันต่ำ โดยสันทนา รัตนอำนวยศิริ เจ้าของน้ำสลัดสายรุ้ง 12 สีเจ้าเก่า เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ ต่อมาเป็น "อาหารไทย-อีสานรสแซบ 15 อย่าง" โดยคุณรัญชิดา ปทุมมานุรักษ์ หรือคุณแคท ต้นตำรับไก่ย่างสมุนไพร
และสุดท้าย ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไทย 10 ชนิด (ไม่ใส่ผงชูรส) โดยคุณอรภา ธนาธีระสกุล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ย่านถนนหทัยราษฎร์ หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดร้านก๋วยเตี่ยวเรือ ทุกหลักสูตรจะเน้นการฝึกปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอน โดยการเรียนการสอนทุกหลักสูตรจะอยู่บริเวณชั้น 3 ศูนย์การค้าแฮปปี้แลนด์ เซ็นเตอร์ (ตรงข้างเดอะมอลล์ บางกะปิ) สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร.0-2338-3356-7, 08-9493-5772 (ค่าลงทะเบียน 1,284 บาท/วิชา/คน ฟรีเอกสารประกอบการสอน อาหารกลางวันและอาหารว่าง ตลอดหลักสูตร)
เปิดโอกาสแล้วสำหรับผู้รักงานบริการ บุคลิกและอัธยาศัยดี มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญในเรื่องการทำผม-ทำเล็บ "ร้านสปาเฮดทูโท" ซ.สุขุมวิท 29 กทม.ต้องการช่างทำผม-ทำเล็บมืออาชีพหลายอัตรา ทำงานจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. แต่มีข้อแม้เล็กน้อยว่าจะต้องทำได้ทั้งผมและเล็บ ใครรู้ว่าตัวเองมีฝีมือและรักงานบริการ ติดต่อ 08-9609-3333 ด่วนครับ!
"สุรัตน์ อัตตะ"surat_a@nationgroup.com
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก : คึกคักไม่น้อยสำหรับงานมหกรรมรวมพลังเพื่อวันใหม่ และงานบางกอกเฮลท์เดย์ ปิดถนนให้คนเดินบนถนนสีลม โดยกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับ กทม. จัดขึ้นเพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองมาเปิดบูธขายสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม
อย่างน้อยก็เป็นทางออกให้พ่อค้าแม่ขายจะได้ระบายสินค้าและประชาชนก็จะได้เลือกหาซื้อสินค้าในราคาถูก เป็นการพบกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายโดยตรง บางทีบรรยากาศแบบนี้ในใจกลางเมืองคงจะเกิดขึ้นได้ไม่ง่ายนัก หลายคนบอกว่ารัฐบาลน่าจะจัดงานในลักษณะนี้บ่อยๆ อย่างน้อย 2-3 เดือนครั้ง เพราะจะได้กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า
การจัดงานอาจเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ถ้าระยะยาวจะต้องหาอาชีพให้เขา เพื่อให้เขามีรายได้ โดยเฉพาะ "ผู้ตกงาน" อันเป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองหรือผู้ที่อยากมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ต้องไม่พลาดการอบรมวิชาชีพระยะสั้นในโครงการ "คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ" ซึ่งจะเปิดอบรมในทุกวันเสาร์-อาทิตย์และจะเปิดอบรมเพิ่มในวันศุกร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เพื่อรองรับคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
อย่างที่เปิดสอนใน วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน และอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน ก็มีหลายหลักสูตรให้เลือก อาทิ การทำน้ำสลัดสายรุ้ง 12 สีเพื่อสุขภาพสูตรไขมันต่ำ โดยสันทนา รัตนอำนวยศิริ เจ้าของน้ำสลัดสายรุ้ง 12 สีเจ้าเก่า เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ ต่อมาเป็น "อาหารไทย-อีสานรสแซบ 15 อย่าง" โดยคุณรัญชิดา ปทุมมานุรักษ์ หรือคุณแคท ต้นตำรับไก่ย่างสมุนไพร
และสุดท้าย ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไทย 10 ชนิด (ไม่ใส่ผงชูรส) โดยคุณอรภา ธนาธีระสกุล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ย่านถนนหทัยราษฎร์ หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดร้านก๋วยเตี่ยวเรือ ทุกหลักสูตรจะเน้นการฝึกปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอน โดยการเรียนการสอนทุกหลักสูตรจะอยู่บริเวณชั้น 3 ศูนย์การค้าแฮปปี้แลนด์ เซ็นเตอร์ (ตรงข้างเดอะมอลล์ บางกะปิ) สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร.0-2338-3356-7, 08-9493-5772 (ค่าลงทะเบียน 1,284 บาท/วิชา/คน ฟรีเอกสารประกอบการสอน อาหารกลางวันและอาหารว่าง ตลอดหลักสูตร)
เปิดโอกาสแล้วสำหรับผู้รักงานบริการ บุคลิกและอัธยาศัยดี มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญในเรื่องการทำผม-ทำเล็บ "ร้านสปาเฮดทูโท" ซ.สุขุมวิท 29 กทม.ต้องการช่างทำผม-ทำเล็บมืออาชีพหลายอัตรา ทำงานจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. แต่มีข้อแม้เล็กน้อยว่าจะต้องทำได้ทั้งผมและเล็บ ใครรู้ว่าตัวเองมีฝีมือและรักงานบริการ ติดต่อ 08-9609-3333 ด่วนครับ!
"สุรัตน์ อัตตะ"surat_a@nationgroup.com
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
นมน้อยผลบำรุงน้ำนม
นมน้อยผลบำรุงน้ำนม
คมชัดลึก : เมื่อก่อนจะพบเห็นต้น "นมน้อย" ได้ตามป่าละเมาะ แต่ปัจจุบันมักจะห่างหายไปนานๆ จะเจอสักต้น มีประโยชน์ทีเดียว อย่างผลกินได้ช่วยบำรุงน้ำนม ส่วนรากนำมาต้มน้ำดื่มแก้กล้ามเนื้อท้องเกร็งได้ดี
เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กอยู่ในวงศ์ ANNONACEAE ลำต้นตรงสูงประมาณ 1-1.5 เมตร เปลือกต้นสีออกเทาอมดำ
ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับตามกิ่ง รูปทรงขอบขนาน กว้าง 2-4 เซนติเมตร ยาว 8-12 เซนติเมตร โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ สีเขียว ผิวใบค่อนข้างเรียบ
ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ และปลายกิ่ง เวลาบานมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ส่วนกลีบดอกสีเหลืองอ่อนมี 4-5 กลีบ รูปทรงรี โคนกลีบแผ่กว้าง ปลายแหลมและโค้งเข้าหากัน
ผล ออกเป็นกลุ่มรูปทรงกลม เปลือกบาง เวลาสุกสีน้ำตาลแดง กินได้
ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด เติบโตได้ดีในดินร่วน ชอบความชื้นและแสงแดดปานกลาง
"นายสวีสองฆ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก : เมื่อก่อนจะพบเห็นต้น "นมน้อย" ได้ตามป่าละเมาะ แต่ปัจจุบันมักจะห่างหายไปนานๆ จะเจอสักต้น มีประโยชน์ทีเดียว อย่างผลกินได้ช่วยบำรุงน้ำนม ส่วนรากนำมาต้มน้ำดื่มแก้กล้ามเนื้อท้องเกร็งได้ดี
เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กอยู่ในวงศ์ ANNONACEAE ลำต้นตรงสูงประมาณ 1-1.5 เมตร เปลือกต้นสีออกเทาอมดำ
ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับตามกิ่ง รูปทรงขอบขนาน กว้าง 2-4 เซนติเมตร ยาว 8-12 เซนติเมตร โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ สีเขียว ผิวใบค่อนข้างเรียบ
ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ และปลายกิ่ง เวลาบานมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ส่วนกลีบดอกสีเหลืองอ่อนมี 4-5 กลีบ รูปทรงรี โคนกลีบแผ่กว้าง ปลายแหลมและโค้งเข้าหากัน
ผล ออกเป็นกลุ่มรูปทรงกลม เปลือกบาง เวลาสุกสีน้ำตาลแดง กินได้
ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด เติบโตได้ดีในดินร่วน ชอบความชื้นและแสงแดดปานกลาง
"นายสวีสองฆ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
เปิดศูนย์อบรม ผู้นำสหกรณ์ ก้าวสู่มืออาชีพ
เปิดศูนย์อบรม
ผู้นำสหกรณ์
ก้าวสู่มืออาชีพ
คมชัดลึก :กรมส่งเสริมสหกรณ์ตั้ง สถาบันพัฒนากรรมการสหกรณ์ เป็นศูนย์กลางเรียนรู้ ให้บริการพัฒนาผู้บริหารสหกรณ์กว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มศักยภาพบุคลากรได้ปีละ 800-1,000 คน ก้าวสู่ผู้นำมืออาชีพ
นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดตั้งสถาบันพัฒนากรรมการสหกรณ์ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และให้บริการเกี่ยวกับการพัฒนากรรมการสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 7,600 แห่ง ให้มีศักยภาพและก้าวสู่การเป็นผู้นำแบบมืออาชีพ พร้อมสร้างเครือข่ายรูปแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสหกรณ์ มุ่งให้นำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาสหกรณ์ของตนเองให้ได้มาตรฐาน มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเผยอีกว่า สถาบันมีศูนย์พัฒนากรรมการสหกรณ์ที่ 1 จ.นครราชสีมา และศูนย์พัฒนากรรมการที่ 2 จ.เชียงใหม่ ทำหน้าที่จัดฝึกอบรมตามแผนพัฒนากรรมการสหกรณ์ โดยทั้ง 2 ศูนย์จะเริ่มเปิดให้บริการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหารสหกรณ์ที่มีความสนใจ โดยจะนำร่องรุ่นแรกภายในเดือนมิถุนายน 2553 ซึ่งปีแรกนี้คาดว่าจะสามารถพัฒนากรรมการสหกรณ์ได้ไม่น้อยกว่า 200 คน และปีถัดไปคาดว่าจะสามารถรองรับได้ปีละ 800-1,000 คน
“สาเหตุที่ทำให้สหกรณ์หลายแห่งไม่เข้มแข็ง และเกิดความล้มเหลวในการดำเนินกิจการสหกรณ์ ส่วนหนึ่งเกิดจากคณะกรรมการสหกรณ์ไม่มีศักยภาพ ขณะเดียวกันยังขาดระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีปัญหาทุจริตฉ้อโกง และมีสมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมสหกรณ์ไม่ถึง 60% ดังนั้นจึงต้องเร่งพัฒนาผู้นำสหกรณ์ให้เป็นมืออาชีพเพื่อเป็นกลไกนำพาสหกรณ์ไปสู่เป้าหมายและสามารถพึ่งพาตนได้” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ผู้นำสหกรณ์
ก้าวสู่มืออาชีพ
คมชัดลึก :กรมส่งเสริมสหกรณ์ตั้ง สถาบันพัฒนากรรมการสหกรณ์ เป็นศูนย์กลางเรียนรู้ ให้บริการพัฒนาผู้บริหารสหกรณ์กว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มศักยภาพบุคลากรได้ปีละ 800-1,000 คน ก้าวสู่ผู้นำมืออาชีพ
นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดตั้งสถาบันพัฒนากรรมการสหกรณ์ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และให้บริการเกี่ยวกับการพัฒนากรรมการสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 7,600 แห่ง ให้มีศักยภาพและก้าวสู่การเป็นผู้นำแบบมืออาชีพ พร้อมสร้างเครือข่ายรูปแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสหกรณ์ มุ่งให้นำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาสหกรณ์ของตนเองให้ได้มาตรฐาน มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเผยอีกว่า สถาบันมีศูนย์พัฒนากรรมการสหกรณ์ที่ 1 จ.นครราชสีมา และศูนย์พัฒนากรรมการที่ 2 จ.เชียงใหม่ ทำหน้าที่จัดฝึกอบรมตามแผนพัฒนากรรมการสหกรณ์ โดยทั้ง 2 ศูนย์จะเริ่มเปิดให้บริการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหารสหกรณ์ที่มีความสนใจ โดยจะนำร่องรุ่นแรกภายในเดือนมิถุนายน 2553 ซึ่งปีแรกนี้คาดว่าจะสามารถพัฒนากรรมการสหกรณ์ได้ไม่น้อยกว่า 200 คน และปีถัดไปคาดว่าจะสามารถรองรับได้ปีละ 800-1,000 คน
“สาเหตุที่ทำให้สหกรณ์หลายแห่งไม่เข้มแข็ง และเกิดความล้มเหลวในการดำเนินกิจการสหกรณ์ ส่วนหนึ่งเกิดจากคณะกรรมการสหกรณ์ไม่มีศักยภาพ ขณะเดียวกันยังขาดระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีปัญหาทุจริตฉ้อโกง และมีสมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมสหกรณ์ไม่ถึง 60% ดังนั้นจึงต้องเร่งพัฒนาผู้นำสหกรณ์ให้เป็นมืออาชีพเพื่อเป็นกลไกนำพาสหกรณ์ไปสู่เป้าหมายและสามารถพึ่งพาตนได้” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
Thursday, May 27, 2010
11ปฏิญญาวิสาขบูชาโลกเชื่อศาสนาพาไทยพ้นวิกฤติ
11ปฏิญญาวิสาขบูชาโลกเชื่อศาสนาพาไทยพ้นวิกฤติ
คมชัดลึก : แม้ประเทศไทยจะเกิดวิกฤติทางการเมืองอย่างรุนแรง เสียงปืน เสียงระเบิด ความร้อนของไฟยังระอุพร้อมที่จะปะทุพ่นม่านควันปกคลุมทั่วกรุงเทพมหานคร นานาชาติต่างส่งสารให้คนของตนระมัดระวัง และทยอยเดินทางกลับ
แต่ดูเหมือนว่าความร้อนนั้นมิอาจอยู่เหนือความสงบร่มเย็นในพระพุทธศาสนาที่มีมากว่า 2,500 ปี จึงมีผู้นำชาวพุทธระดับสมเด็จพระสังฆราช ประมุขสงฆ์ นักปราชญ์ จาก 83 ประเทศกว่า 1,700 คนมุ่งหน้าเข้าไทย
เพื่อร่วมการประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2553 วันที่ 23-25 พฤษภาคม 2553 ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) จ.พระนครศรีอยุธยา กันอย่างพร้อมเพรียง โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ไปทรงเปิดการประชุมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ในการนี้ได้พระราชทานพระราชดำรัส ใจความตอนหนึ่งว่า
“พระพุทธศาสนานั้นมีลักษณะพิเศษ ในประการที่อาศัยเหตุและผลอันเที่ยงแท้ตามเป็นจริงเป็นพื้นฐาน แสดงคำสอนที่บุคคลสามารถใช้ปัญญาไตร่ตรองและหยิบยกขึ้นปฏิบัติ เพื่อความสุขความเจริญและความบริสุทธิ์ได้ตามวิสัยของตน ท่านทั้งหลายผู้ตั้งใจอุทิศแรงกายแรงใจของตนเพื่อพระพุทธศาสนา จึงชอบที่จะเผยแพร่พุทธธรรมโดยยึดหลักของเหตุผลแนะนำส่งเสริมให้บุคคลใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาและสิ่งดีชั่วต่างๆ ให้รู้ให้เห็นตามทางและวิธีที่ถูกต้องด้วยตัวเขาเอง”
นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญต่างส่งสารแสดงทัศนะหลักธรรมกับการแก้ปัญหาต่างๆ นานา อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เชื่อในหลักอหิงสา ไม่เบียดเบียน มีความเมตตากรุณาต่อกันให้เกิดสันติในโลก นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เชื่อในความอดทน เมตตาธรรมจะทำประโยชน์แก่มนุษยชาติ ด้าน อีรีน่า โบโคว่า ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก เห็นว่าพระพุทธเจ้าเน้นให้คนอยู่ร่วมกันโดยสันติและยอมรับความหลากหลาย ปลูกฝังความอดกลั้น คุณค่าแห่งเมตตาธรรม และความสำนึกดีให้เด็กด้วย
พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดี มจร. ประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดการประชุม บอกว่ายังมีเวทีการประชุมในหัวข้อ “การฟื้นฟูวิกฤติการณ์ของโลก ตามทัศนะชาวพุทธ” มีทัศนะผู้นำชาวพุทธเสนอไว้อย่างน่าสนใจ 5 ประเด็น 1.แก้ปัญหาโดยอาศัยจิต ศีล สมาธิ ปัญญา จะต้องเร่งประยุกต์หลักการปฏิบัติกรรมฐานให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิต การใช้สติ พุทธจิตวิทยา จิตวิทยา จิตเวช 2.แก้ปัญหาด้วยการศึกษาเชิงพุทธ สอดแทรกคำสอนทางพุทธศาสนาเข้าไปในประเทศที่มีคนกลุ่มน้อยนับถือศาสนาพุทธ การสอนศีลธรรมให้เยาวชน ใน 2 รูปแบบคือ ตามประเพณี และการศึกษาสมัยใหม่ในมหาวิทยาลัยสงฆ์
3.แก้ปัญหาด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่มีการขัดแย้งกัน การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา 4.แก้ปัญหาด้วยนิเวศวิทยาเชิงพุทธ ลดความโลภที่ไม่มีขีดจำกัด ไม่ใช้ทรัพยากรอย่างไร้ความรับผิดชอบ โดยรักษาศีลไม่เบียดเบียนกัน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม 5.แก้ปัญหาด้วยพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยมิใช่นำไปช่วยตัวเองเท่านั้น นำหลักธรรมของพระพุทธเจ้าออกไปช่วยเหลือสังคม
ทั้งนี้ เนื้อหาสาระจาก 5 เวทีได้กลายมาเป็นมติ “ปฏิญญากรุงเทพ” แยกย่อยได้ถึง 11 ประการ 1.ฟื้นฟูศีลธรรมในจิตใจของมนุษย์หลุดพ้นวิกฤติของโลก 2.เรียกร้องให้ผู้นำทางศาสนา ผู้นำการเมือง เจรจาพูดคุยกันเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดระหว่างวัฒนธรรม 3.แก้ปัญหาอย่างสันติบนทางสายกลางแบบมีส่วนร่วม 4.ส่งเสริมสุขภาวะจิตใจ อารมณ์โดยอาศัยจริยธรรมทางด้านศีลธรรม 5.ใช้พระพุทธศาสนาเป็นเครื่องมือช่วยบรรเทาผลกระทบวิกฤติการณ์เศรษฐกิจโลก ทั้งในบุคคลและชุมชน
6.เชื่อมโยงพระพุทธศาสนากับนิเวศวิทยาและทัศนคติที่ดีต่อธรรมชาติ 7.จัดสร้างพุทธอุทยานโลก ที่ จ.ปราจีนบุรี 8.ส่งเสริมให้สาธารณชนเข้าใจหลักธรรมโดยใช้พระไตรปิฎกฉบับสากล 9.สนับสนุนโครงการอิเล็กทรอนิกจัดสร้างตำราทางพระพุทธศาสนานาชาติ 10.จัดประชุมสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ ครั้งที่ 2 ในเดือนธันวาคม 2554 ณ มจร. และ 11.จัดงานวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2554 ณ ประเทศไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554
ในช่วงท้ายของการประชุมนี้มีกิจกรรมสำคัญที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระสังฆราช และประมุขสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุมทั้ง 83 ประเทศ ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา เพื่อทำบุญใหญ่เป็นสิริมงคลให้ประเทศไทยและต่างเชื่อมั่นว่าไทยจะผ่านพ้นวิกฤติการณ์ทางการเมืองได้ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผู้นำชาวพุทธนานาชาติร่วมกันแสดงออกถึงความปรารถนาดีให้สังคมไทยกลับมาสงบสุขอีกครั้ง แล้วเราคนไทยจะแสดงพลังต่อบ้านเมืองยามนี้อย่างไร
ผกามาศ ใจฉลาด รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้องสังคมราชภัฏประจำวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.53ใครอะไรที่ไหนประจำวันที่ 28 พ.ค.เด็กนร.เวียนเทียนถูกผึ้งหลวงต่อยเจ็บกว่า70รายโพลวิสาขบูชาวอนปชช.รักกตัญญูต่อสถาบันหลักโคราชยกวัดเข้าห้างจัดกิจกรรมวิสาขบูชาโลก
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก : แม้ประเทศไทยจะเกิดวิกฤติทางการเมืองอย่างรุนแรง เสียงปืน เสียงระเบิด ความร้อนของไฟยังระอุพร้อมที่จะปะทุพ่นม่านควันปกคลุมทั่วกรุงเทพมหานคร นานาชาติต่างส่งสารให้คนของตนระมัดระวัง และทยอยเดินทางกลับ
แต่ดูเหมือนว่าความร้อนนั้นมิอาจอยู่เหนือความสงบร่มเย็นในพระพุทธศาสนาที่มีมากว่า 2,500 ปี จึงมีผู้นำชาวพุทธระดับสมเด็จพระสังฆราช ประมุขสงฆ์ นักปราชญ์ จาก 83 ประเทศกว่า 1,700 คนมุ่งหน้าเข้าไทย
เพื่อร่วมการประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2553 วันที่ 23-25 พฤษภาคม 2553 ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) จ.พระนครศรีอยุธยา กันอย่างพร้อมเพรียง โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ไปทรงเปิดการประชุมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ในการนี้ได้พระราชทานพระราชดำรัส ใจความตอนหนึ่งว่า
“พระพุทธศาสนานั้นมีลักษณะพิเศษ ในประการที่อาศัยเหตุและผลอันเที่ยงแท้ตามเป็นจริงเป็นพื้นฐาน แสดงคำสอนที่บุคคลสามารถใช้ปัญญาไตร่ตรองและหยิบยกขึ้นปฏิบัติ เพื่อความสุขความเจริญและความบริสุทธิ์ได้ตามวิสัยของตน ท่านทั้งหลายผู้ตั้งใจอุทิศแรงกายแรงใจของตนเพื่อพระพุทธศาสนา จึงชอบที่จะเผยแพร่พุทธธรรมโดยยึดหลักของเหตุผลแนะนำส่งเสริมให้บุคคลใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาและสิ่งดีชั่วต่างๆ ให้รู้ให้เห็นตามทางและวิธีที่ถูกต้องด้วยตัวเขาเอง”
นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญต่างส่งสารแสดงทัศนะหลักธรรมกับการแก้ปัญหาต่างๆ นานา อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เชื่อในหลักอหิงสา ไม่เบียดเบียน มีความเมตตากรุณาต่อกันให้เกิดสันติในโลก นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เชื่อในความอดทน เมตตาธรรมจะทำประโยชน์แก่มนุษยชาติ ด้าน อีรีน่า โบโคว่า ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก เห็นว่าพระพุทธเจ้าเน้นให้คนอยู่ร่วมกันโดยสันติและยอมรับความหลากหลาย ปลูกฝังความอดกลั้น คุณค่าแห่งเมตตาธรรม และความสำนึกดีให้เด็กด้วย
พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดี มจร. ประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดการประชุม บอกว่ายังมีเวทีการประชุมในหัวข้อ “การฟื้นฟูวิกฤติการณ์ของโลก ตามทัศนะชาวพุทธ” มีทัศนะผู้นำชาวพุทธเสนอไว้อย่างน่าสนใจ 5 ประเด็น 1.แก้ปัญหาโดยอาศัยจิต ศีล สมาธิ ปัญญา จะต้องเร่งประยุกต์หลักการปฏิบัติกรรมฐานให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิต การใช้สติ พุทธจิตวิทยา จิตวิทยา จิตเวช 2.แก้ปัญหาด้วยการศึกษาเชิงพุทธ สอดแทรกคำสอนทางพุทธศาสนาเข้าไปในประเทศที่มีคนกลุ่มน้อยนับถือศาสนาพุทธ การสอนศีลธรรมให้เยาวชน ใน 2 รูปแบบคือ ตามประเพณี และการศึกษาสมัยใหม่ในมหาวิทยาลัยสงฆ์
3.แก้ปัญหาด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่มีการขัดแย้งกัน การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา 4.แก้ปัญหาด้วยนิเวศวิทยาเชิงพุทธ ลดความโลภที่ไม่มีขีดจำกัด ไม่ใช้ทรัพยากรอย่างไร้ความรับผิดชอบ โดยรักษาศีลไม่เบียดเบียนกัน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม 5.แก้ปัญหาด้วยพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยมิใช่นำไปช่วยตัวเองเท่านั้น นำหลักธรรมของพระพุทธเจ้าออกไปช่วยเหลือสังคม
ทั้งนี้ เนื้อหาสาระจาก 5 เวทีได้กลายมาเป็นมติ “ปฏิญญากรุงเทพ” แยกย่อยได้ถึง 11 ประการ 1.ฟื้นฟูศีลธรรมในจิตใจของมนุษย์หลุดพ้นวิกฤติของโลก 2.เรียกร้องให้ผู้นำทางศาสนา ผู้นำการเมือง เจรจาพูดคุยกันเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดระหว่างวัฒนธรรม 3.แก้ปัญหาอย่างสันติบนทางสายกลางแบบมีส่วนร่วม 4.ส่งเสริมสุขภาวะจิตใจ อารมณ์โดยอาศัยจริยธรรมทางด้านศีลธรรม 5.ใช้พระพุทธศาสนาเป็นเครื่องมือช่วยบรรเทาผลกระทบวิกฤติการณ์เศรษฐกิจโลก ทั้งในบุคคลและชุมชน
6.เชื่อมโยงพระพุทธศาสนากับนิเวศวิทยาและทัศนคติที่ดีต่อธรรมชาติ 7.จัดสร้างพุทธอุทยานโลก ที่ จ.ปราจีนบุรี 8.ส่งเสริมให้สาธารณชนเข้าใจหลักธรรมโดยใช้พระไตรปิฎกฉบับสากล 9.สนับสนุนโครงการอิเล็กทรอนิกจัดสร้างตำราทางพระพุทธศาสนานาชาติ 10.จัดประชุมสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ ครั้งที่ 2 ในเดือนธันวาคม 2554 ณ มจร. และ 11.จัดงานวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2554 ณ ประเทศไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554
ในช่วงท้ายของการประชุมนี้มีกิจกรรมสำคัญที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระสังฆราช และประมุขสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุมทั้ง 83 ประเทศ ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา เพื่อทำบุญใหญ่เป็นสิริมงคลให้ประเทศไทยและต่างเชื่อมั่นว่าไทยจะผ่านพ้นวิกฤติการณ์ทางการเมืองได้ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผู้นำชาวพุทธนานาชาติร่วมกันแสดงออกถึงความปรารถนาดีให้สังคมไทยกลับมาสงบสุขอีกครั้ง แล้วเราคนไทยจะแสดงพลังต่อบ้านเมืองยามนี้อย่างไร
ผกามาศ ใจฉลาด รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้องสังคมราชภัฏประจำวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.53ใครอะไรที่ไหนประจำวันที่ 28 พ.ค.เด็กนร.เวียนเทียนถูกผึ้งหลวงต่อยเจ็บกว่า70รายโพลวิสาขบูชาวอนปชช.รักกตัญญูต่อสถาบันหลักโคราชยกวัดเข้าห้างจัดกิจกรรมวิสาขบูชาโลก
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ม.หอการค้าไทยเลื่อนเปิดเรียน
ม.หอการค้าไทยเลื่อนเปิดเรียน
คมชัดลึก : มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ขอเลื่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 1/2553 เป็นวันที่ 14 มิถุนายน และยังคงเปิดรับสมัครคัดเลือกนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2553
เข้าศึกษาต่อใน 8 คณะ กว่า 40 สาขาวิชา ทั้งหลักสูตรภาษาไทย และหลักสูตรนานาชาติ 3 สาขา สำหรับนักศึกษาใหม่ทุกท่านจะได้รับ My Choice Clicker และมินิโน้ตบุ๊ก hp 5120 เพื่อใช้ประกอบการเรียนแบบ Hybrid ซึ่งเป็นระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสมัครผ่านทางเว็บไซต์ http://www.utcc.ac.th/ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมการรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาคาร 12 ชั้น 1 โทร.0-2697-6761-5 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.00 น.มรภ.สงขลารับป.ตรี
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประจำปีการศึกษา 2553 (ครั้งที่ 2) หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอนภาคปกติ จำนวน 10 คน ภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษาภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีการเกษตรภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชนภาคพิเศษ จำนวน 15 คน ซื้อและยื่นใบสมัครได้ที่ สำนักงานบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (อาคาร 9 ชั้น 2) ตั้งแต่บัดนี้-30 พ.ค.2553 สอบถามได้ที่ โทร.0-7433-6948
ข่าวที่เกี่ยวข้องหมอประเวศเสนอแนวทางเยียวยาและฟื้นฟูบูรณะประเทศ4ม.เอกชนชื่อดังแนะเรียนสิ่งที่ชอบปั้นบัณฑิตคุณภาพ-ไม่ตกงาน วอนรัฐบาลหนุนอุดมศึกษาเอกชนกำหนดสัดส่วนนศ.-คุมตั้งวิทยาเขต วิกฤติหนี้กรีซระเบิดเวลาลูกใหม่หวั่นลามยุโรปกระทบถึงเศรษฐกิจไทย ไมโครซอฟท์จับมือหอการค้าไทยสร้างมหาวิทยาลัยบนก้อนเมฆ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก : มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ขอเลื่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 1/2553 เป็นวันที่ 14 มิถุนายน และยังคงเปิดรับสมัครคัดเลือกนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2553
เข้าศึกษาต่อใน 8 คณะ กว่า 40 สาขาวิชา ทั้งหลักสูตรภาษาไทย และหลักสูตรนานาชาติ 3 สาขา สำหรับนักศึกษาใหม่ทุกท่านจะได้รับ My Choice Clicker และมินิโน้ตบุ๊ก hp 5120 เพื่อใช้ประกอบการเรียนแบบ Hybrid ซึ่งเป็นระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสมัครผ่านทางเว็บไซต์ http://www.utcc.ac.th/ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมการรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาคาร 12 ชั้น 1 โทร.0-2697-6761-5 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.00 น.มรภ.สงขลารับป.ตรี
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประจำปีการศึกษา 2553 (ครั้งที่ 2) หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอนภาคปกติ จำนวน 10 คน ภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษาภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีการเกษตรภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชนภาคพิเศษ จำนวน 15 คน ซื้อและยื่นใบสมัครได้ที่ สำนักงานบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (อาคาร 9 ชั้น 2) ตั้งแต่บัดนี้-30 พ.ค.2553 สอบถามได้ที่ โทร.0-7433-6948
ข่าวที่เกี่ยวข้องหมอประเวศเสนอแนวทางเยียวยาและฟื้นฟูบูรณะประเทศ4ม.เอกชนชื่อดังแนะเรียนสิ่งที่ชอบปั้นบัณฑิตคุณภาพ-ไม่ตกงาน วอนรัฐบาลหนุนอุดมศึกษาเอกชนกำหนดสัดส่วนนศ.-คุมตั้งวิทยาเขต วิกฤติหนี้กรีซระเบิดเวลาลูกใหม่หวั่นลามยุโรปกระทบถึงเศรษฐกิจไทย ไมโครซอฟท์จับมือหอการค้าไทยสร้างมหาวิทยาลัยบนก้อนเมฆ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
สังคมราชภัฏประจำวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.53
สังคมราชภัฏประจำวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.53
คมชัดลึก : ...สังคมราชภัฏ วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา นับเป็นวันสำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนาและวันสำคัญของโลกที่มี 3 เหตุการณ์ เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ วันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยทั้งสามเหตุการณ์นั้นเกิดตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ควรที่ชาวพุทธทุกคนรักษาศีล เข้าวัดปฏิบัติธรรม ตามศรัทธา และไปเวียนเทียน
...ฟังแล้วได้แง่คิดที่ทุกฝ่ายควรเอาไปคิด จากกรณีเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในการชุมนุมประท้วงของกลุ่ม นปช.ที่เผาบ้านเผาเมือง ผศ.เอกฉัตร วิทยอภิบาลกุล นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ชี้ถ้ารัฐอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้ หากประเทศชาติอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้ ประเทศชาติเสียหาย เราทุกคนก็ได้รับผลกระทบ ทุกอย่างเป็นมิติเดียวกันหมด เออไม่รู้ว่าจะสำนึกผิดกันบ้างไหมหนอ
...สถานการณ์จลาจลครั้งนี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ปกครอง รศ.ดร.สุพล วุฒิเสน อธิการบดี และ ผศ.ทองเอม สุ่นสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ใครเดือดร้อนรีบติดต่อด่วน โดยขอให้รีบมาลงทะเบียนเรียนและขอผ่อนผันจ่ายค่าเล่าเรียน จะไม่มีการไล่ออกอย่างแน่นอน แถมจะหาทุนให้ด้วย
...สถาบันการศึกษาช่วยได้กับการฟื้นฟูจิตใจและสร้างความสมานฉันท์ ด้วยการสอดแทรกเข้าไปในกิจกรรมต่างๆ ข้อเสนอของ รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เข้าท่ากับการใช้วิกฤติให้เป็นประโยชน์ แต่พลันก็มีเสียงจากนักศึกษาถามกลับ เมื่อไรจะถอดกุญแจรั้วข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาที่ลั่นดานมานานหลายปีออกเสียที จะดีที่สุด. ...ห่วงใย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักศึกษา และคณาจารย์ ผู้ทำการเรียนการสอน ภายในศูนย์การศึกษาย่อย ของมหาวิทยาลัย ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รศ.เอนก เทพสุภรณ์กุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ประกาศให้หยุดการเรียนการสอน ของ นักศึกษาภาคพิเศษ ภายในศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากสงสัยให้รีบไต่ถามอย่านอนใจ
...ยกหอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายให้พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จัดสัมมนา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้ประกอบการทัวร์ รวมไปถึงโรงแรมต่างๆ ใน จ.เชียงราย ผศ.ดร.มาณพ ภาษิตวิไลธรรม อธิการบดี นอกจากจะได้พีอาร์สถาบัน ให้บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์รู้จักแล้ว ยังถือโอกาสการันตีนักศึกษาเอกท่องเที่ยวและการโรงแรมด้วย ยอดจริงๆ
หลวง ฤทธีriddhee@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง11ปฏิญญาวิสาขบูชาโลกเชื่อศาสนาพาไทยพ้นวิกฤติใครอะไรที่ไหนประจำวันที่ 28 พ.ค.เด็กนร.เวียนเทียนถูกผึ้งหลวงต่อยเจ็บกว่า70รายโพลวิสาขบูชาวอนปชช.รักกตัญญูต่อสถาบันหลักโคราชยกวัดเข้าห้างจัดกิจกรรมวิสาขบูชาโลก
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก : ...สังคมราชภัฏ วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา นับเป็นวันสำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนาและวันสำคัญของโลกที่มี 3 เหตุการณ์ เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ วันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยทั้งสามเหตุการณ์นั้นเกิดตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ควรที่ชาวพุทธทุกคนรักษาศีล เข้าวัดปฏิบัติธรรม ตามศรัทธา และไปเวียนเทียน
...ฟังแล้วได้แง่คิดที่ทุกฝ่ายควรเอาไปคิด จากกรณีเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในการชุมนุมประท้วงของกลุ่ม นปช.ที่เผาบ้านเผาเมือง ผศ.เอกฉัตร วิทยอภิบาลกุล นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ชี้ถ้ารัฐอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้ หากประเทศชาติอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้ ประเทศชาติเสียหาย เราทุกคนก็ได้รับผลกระทบ ทุกอย่างเป็นมิติเดียวกันหมด เออไม่รู้ว่าจะสำนึกผิดกันบ้างไหมหนอ
...สถานการณ์จลาจลครั้งนี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ปกครอง รศ.ดร.สุพล วุฒิเสน อธิการบดี และ ผศ.ทองเอม สุ่นสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ใครเดือดร้อนรีบติดต่อด่วน โดยขอให้รีบมาลงทะเบียนเรียนและขอผ่อนผันจ่ายค่าเล่าเรียน จะไม่มีการไล่ออกอย่างแน่นอน แถมจะหาทุนให้ด้วย
...สถาบันการศึกษาช่วยได้กับการฟื้นฟูจิตใจและสร้างความสมานฉันท์ ด้วยการสอดแทรกเข้าไปในกิจกรรมต่างๆ ข้อเสนอของ รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เข้าท่ากับการใช้วิกฤติให้เป็นประโยชน์ แต่พลันก็มีเสียงจากนักศึกษาถามกลับ เมื่อไรจะถอดกุญแจรั้วข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาที่ลั่นดานมานานหลายปีออกเสียที จะดีที่สุด. ...ห่วงใย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักศึกษา และคณาจารย์ ผู้ทำการเรียนการสอน ภายในศูนย์การศึกษาย่อย ของมหาวิทยาลัย ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รศ.เอนก เทพสุภรณ์กุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ประกาศให้หยุดการเรียนการสอน ของ นักศึกษาภาคพิเศษ ภายในศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากสงสัยให้รีบไต่ถามอย่านอนใจ
...ยกหอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายให้พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จัดสัมมนา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้ประกอบการทัวร์ รวมไปถึงโรงแรมต่างๆ ใน จ.เชียงราย ผศ.ดร.มาณพ ภาษิตวิไลธรรม อธิการบดี นอกจากจะได้พีอาร์สถาบัน ให้บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์รู้จักแล้ว ยังถือโอกาสการันตีนักศึกษาเอกท่องเที่ยวและการโรงแรมด้วย ยอดจริงๆ
หลวง ฤทธีriddhee@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง11ปฏิญญาวิสาขบูชาโลกเชื่อศาสนาพาไทยพ้นวิกฤติใครอะไรที่ไหนประจำวันที่ 28 พ.ค.เด็กนร.เวียนเทียนถูกผึ้งหลวงต่อยเจ็บกว่า70รายโพลวิสาขบูชาวอนปชช.รักกตัญญูต่อสถาบันหลักโคราชยกวัดเข้าห้างจัดกิจกรรมวิสาขบูชาโลก
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ฝึกสมาธิรับน้องใหม่
ฝึกสมาธิรับน้องใหม่
คมชัดลึก :
นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน ฝึกนั่งสมาธิเพื่อต่อยอดสู่การใช้สมาธิในการเรียนก่อนเปิดเทอม ในการอบรมค่ายคุณธรรมนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2553 ณ วัดโบสถ์ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา หนึ่งในกิจกรรมรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัย เมื่อเร็วๆ นี้
ข่าวที่เกี่ยวข้องสมาธิลิงพึ่งตนพึ่งธรรมวันพระ-สมการธรรมะ...สไตล์บุญชัยโกศลธนากุลมองนอกดูใน - สาวิกาสิกขาลัย...หนทางสู่ความเป็นอริยะ
"แทม" ทิพธิดา สุขุม เลือก "ฮาร์พ" ปรุงชีวิต
มรสุมชีวิตกับจิตวิญญาณของ'จา'พนม
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก :
นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน ฝึกนั่งสมาธิเพื่อต่อยอดสู่การใช้สมาธิในการเรียนก่อนเปิดเทอม ในการอบรมค่ายคุณธรรมนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2553 ณ วัดโบสถ์ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา หนึ่งในกิจกรรมรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัย เมื่อเร็วๆ นี้
ข่าวที่เกี่ยวข้องสมาธิลิงพึ่งตนพึ่งธรรมวันพระ-สมการธรรมะ...สไตล์บุญชัยโกศลธนากุลมองนอกดูใน - สาวิกาสิกขาลัย...หนทางสู่ความเป็นอริยะ
"แทม" ทิพธิดา สุขุม เลือก "ฮาร์พ" ปรุงชีวิต
มรสุมชีวิตกับจิตวิญญาณของ'จา'พนม
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
วธ.พิมพ์หนังสือรวมพระพุทธรูปสำคัญแจก ปชช.
วธ.พิมพ์หนังสือรวมพระพุทธรูปสำคัญแจก ปชช.
วีระ โรจน์พจนรัตน์รวบรวมพระพุทธรูปปางต่างๆ ในสยามประเทศ เพื่อเผยแพร่แจกจ่ายแก่ผู้สนใจทั่วไป ขณะที่โพลระบุ คนส่วนมากรู้ถึงความสำคัญ โดยครึ่งหนึ่งคิดจะทำกิจกรรมทางพุทธศาสนาในวันวิสาขบูชา... นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า (27 พ.ค.) เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา ปี 2553วธ.ได้จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนและเยาวชนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน6,310 คน จากทั่วประเทศ ในหัวข้อ “ความคิดเห็นเกี่ยวกับวันวิสาขบูชา” พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 80.11 ทราบประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาร้อยละ 10.79 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 9.10 ไม่ทราบขณะเดียวกันมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 72.57ทราบว่าวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลกทั้งนี้ประเด็นคำถามเกี่ยว กับการทำกิจกรรมในวันวิสาขบูชา พบว่ากลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 55.85 คิดที่จะทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในวันวิสาขบูชา และอีกร้อยละ 44.15ไม่คิดทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ปลัด วธ.กล่าวต่อว่า ขณะที่กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่กลุ่มตัวอย่างจะทำในวันวิสาขบูชาร้อยละ 72.69 ตักบาตรร้อยละ 68.24 เวียนเทียน ร้อยละ 59.49 ทำบุญทำทาน และร้อยละ 58.53 สวดมนต์/ไหว้พระ นอกจากนี้ยังได้มีการสอบถามถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชาที่มีต่อ ประชาชานกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 47.61 เห็นว่าเป็นโอกาสในการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ร้อยละ 25.01 เห็นว่าจะได้นำหลักธรรมของพระพุทธเจ้ามาใช้กับชีวิต และร้อยละ 16.23 เห็นว่าทำให้มีเวลาทำจิตใจให้สงบ หาที่พึ่งทางใจ และร้อยละ 8.15 เห็นว่าเป็นช่วงเวลาพักผ่อน เพราะได้หยุดติดต่อกันหลายวันนายวีระ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในส่วนคำถามเกี่ยวกับคติธรรมในวัน วิสาขบูชาที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 33.47 ใช้หลักธรรม อริยสัจ4 ในการจัดการกับปัญหาชีวิต ได้แก่ ทุกข์-ปัญหา สมุทัย-ต้นเหตุของปัญหา นิโรธ-วางเป้าหมายมรรค-ลงมือแก้ไข เป็นต้น ขณะที่ร้อยละ 24.88นำการประสูติของพระพุทธเจ้ามาปรับใช้ทำให้มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต และร้อยละ 14.42 นำการตรัสรู้มาปรับใช้ทำให้มีความพยายามพัฒนาตนเอง“เรายังได้รับคำแนะนำ จากกลุ่มตัวอย่างที่ร่วมตอบแบบสอบถามในประเด็นที่ว่าวธ.ควรรณรงค์เรื่องใดใน วันวิสาขบูชา พบว่า ร้อยละ 38.46 อยากให้รณรงค์การร่วมกันทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชาวพุทธ ร้อยละ 25.55 อยากให้รณรงค์ให้ประชาชนเกิดความกตัญญูต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ร้อยละ 16.02 อยากให้รณรงค์ให้เกิดความรัก ความสามัคคีเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน และร้อยละ 13.15 รณรงค์ให้ปฏิบัติตนหรือคิดแก้ไขปัญหาอย่างมีสติและใช้เหตุผล” ปลัด วธ.กล่าวนายวีระ กล่าวด้วยว่า สำหรับกิจกรรมของ วธ.เนื่องในวันวิสาขบูชาปีนี้ ได้มีการจัดพิมพ์หนังสือรวบรวมพระพุทธรูปปางต่างๆ ในสยามประเทศ เพื่อเผยแพร่แจกจ่ายแก่ผู้สนใจทั่วไปโดยสามารถติดต่อรับหนังสือได้ที่กลุ่ม ประชาสัมพันธ์ ชั้น18กระทรวงวัฒนธรรม หรือส่งซองเปล่าขนาด A4 ติดแสตมป์13 บาท จ่าหน้าถึงตัวท่านเอง (วงเล็บมุมซองว่า “ขอรับหนังสือพระพุทธรูปฯ”) ส่งมาที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม 666 ถนนบรมราชชนนีแขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 (มีจำนวนจำกัด) สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 – 2422 – 8851 – 7
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
วีระ โรจน์พจนรัตน์รวบรวมพระพุทธรูปปางต่างๆ ในสยามประเทศ เพื่อเผยแพร่แจกจ่ายแก่ผู้สนใจทั่วไป ขณะที่โพลระบุ คนส่วนมากรู้ถึงความสำคัญ โดยครึ่งหนึ่งคิดจะทำกิจกรรมทางพุทธศาสนาในวันวิสาขบูชา... นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า (27 พ.ค.) เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา ปี 2553วธ.ได้จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนและเยาวชนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน6,310 คน จากทั่วประเทศ ในหัวข้อ “ความคิดเห็นเกี่ยวกับวันวิสาขบูชา” พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 80.11 ทราบประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาร้อยละ 10.79 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 9.10 ไม่ทราบขณะเดียวกันมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 72.57ทราบว่าวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลกทั้งนี้ประเด็นคำถามเกี่ยว กับการทำกิจกรรมในวันวิสาขบูชา พบว่ากลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 55.85 คิดที่จะทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในวันวิสาขบูชา และอีกร้อยละ 44.15ไม่คิดทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ปลัด วธ.กล่าวต่อว่า ขณะที่กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่กลุ่มตัวอย่างจะทำในวันวิสาขบูชาร้อยละ 72.69 ตักบาตรร้อยละ 68.24 เวียนเทียน ร้อยละ 59.49 ทำบุญทำทาน และร้อยละ 58.53 สวดมนต์/ไหว้พระ นอกจากนี้ยังได้มีการสอบถามถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชาที่มีต่อ ประชาชานกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 47.61 เห็นว่าเป็นโอกาสในการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ร้อยละ 25.01 เห็นว่าจะได้นำหลักธรรมของพระพุทธเจ้ามาใช้กับชีวิต และร้อยละ 16.23 เห็นว่าทำให้มีเวลาทำจิตใจให้สงบ หาที่พึ่งทางใจ และร้อยละ 8.15 เห็นว่าเป็นช่วงเวลาพักผ่อน เพราะได้หยุดติดต่อกันหลายวันนายวีระ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในส่วนคำถามเกี่ยวกับคติธรรมในวัน วิสาขบูชาที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 33.47 ใช้หลักธรรม อริยสัจ4 ในการจัดการกับปัญหาชีวิต ได้แก่ ทุกข์-ปัญหา สมุทัย-ต้นเหตุของปัญหา นิโรธ-วางเป้าหมายมรรค-ลงมือแก้ไข เป็นต้น ขณะที่ร้อยละ 24.88นำการประสูติของพระพุทธเจ้ามาปรับใช้ทำให้มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต และร้อยละ 14.42 นำการตรัสรู้มาปรับใช้ทำให้มีความพยายามพัฒนาตนเอง“เรายังได้รับคำแนะนำ จากกลุ่มตัวอย่างที่ร่วมตอบแบบสอบถามในประเด็นที่ว่าวธ.ควรรณรงค์เรื่องใดใน วันวิสาขบูชา พบว่า ร้อยละ 38.46 อยากให้รณรงค์การร่วมกันทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชาวพุทธ ร้อยละ 25.55 อยากให้รณรงค์ให้ประชาชนเกิดความกตัญญูต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ร้อยละ 16.02 อยากให้รณรงค์ให้เกิดความรัก ความสามัคคีเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน และร้อยละ 13.15 รณรงค์ให้ปฏิบัติตนหรือคิดแก้ไขปัญหาอย่างมีสติและใช้เหตุผล” ปลัด วธ.กล่าวนายวีระ กล่าวด้วยว่า สำหรับกิจกรรมของ วธ.เนื่องในวันวิสาขบูชาปีนี้ ได้มีการจัดพิมพ์หนังสือรวบรวมพระพุทธรูปปางต่างๆ ในสยามประเทศ เพื่อเผยแพร่แจกจ่ายแก่ผู้สนใจทั่วไปโดยสามารถติดต่อรับหนังสือได้ที่กลุ่ม ประชาสัมพันธ์ ชั้น18กระทรวงวัฒนธรรม หรือส่งซองเปล่าขนาด A4 ติดแสตมป์13 บาท จ่าหน้าถึงตัวท่านเอง (วงเล็บมุมซองว่า “ขอรับหนังสือพระพุทธรูปฯ”) ส่งมาที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม 666 ถนนบรมราชชนนีแขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 (มีจำนวนจำกัด) สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 – 2422 – 8851 – 7
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
11ปฏิญญาวิสาขบูชาโลกเชื่อศาสนาพาไทยพ้นวิกฤติ
11ปฏิญญาวิสาขบูชาโลกเชื่อศาสนาพาไทยพ้นวิกฤติ
คมชัดลึก : แม้ประเทศไทยจะเกิดวิกฤติทางการเมืองอย่างรุนแรง เสียงปืน เสียงระเบิด ความร้อนของไฟยังระอุพร้อมที่จะปะทุพ่นม่านควันปกคลุมทั่วกรุงเทพมหานคร นานาชาติต่างส่งสารให้คนของตนระมัดระวัง และทยอยเดินทางกลับ
แต่ดูเหมือนว่าความร้อนนั้นมิอาจอยู่เหนือความสงบร่มเย็นในพระพุทธศาสนาที่มีมากว่า 2,500 ปี จึงมีผู้นำชาวพุทธระดับสมเด็จพระสังฆราช ประมุขสงฆ์ นักปราชญ์ จาก 83 ประเทศกว่า 1,700 คนมุ่งหน้าเข้าไทย
เพื่อร่วมการประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2553 วันที่ 23-25 พฤษภาคม 2553 ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) จ.พระนครศรีอยุธยา กันอย่างพร้อมเพรียง โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ไปทรงเปิดการประชุมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ในการนี้ได้พระราชทานพระราชดำรัส ใจความตอนหนึ่งว่า
“พระพุทธศาสนานั้นมีลักษณะพิเศษ ในประการที่อาศัยเหตุและผลอันเที่ยงแท้ตามเป็นจริงเป็นพื้นฐาน แสดงคำสอนที่บุคคลสามารถใช้ปัญญาไตร่ตรองและหยิบยกขึ้นปฏิบัติ เพื่อความสุขความเจริญและความบริสุทธิ์ได้ตามวิสัยของตน ท่านทั้งหลายผู้ตั้งใจอุทิศแรงกายแรงใจของตนเพื่อพระพุทธศาสนา จึงชอบที่จะเผยแพร่พุทธธรรมโดยยึดหลักของเหตุผลแนะนำส่งเสริมให้บุคคลใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาและสิ่งดีชั่วต่างๆ ให้รู้ให้เห็นตามทางและวิธีที่ถูกต้องด้วยตัวเขาเอง”
นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญต่างส่งสารแสดงทัศนะหลักธรรมกับการแก้ปัญหาต่างๆ นานา อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เชื่อในหลักอหิงสา ไม่เบียดเบียน มีความเมตตากรุณาต่อกันให้เกิดสันติในโลก นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เชื่อในความอดทน เมตตาธรรมจะทำประโยชน์แก่มนุษยชาติ ด้าน อีรีน่า โบโคว่า ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก เห็นว่าพระพุทธเจ้าเน้นให้คนอยู่ร่วมกันโดยสันติและยอมรับความหลากหลาย ปลูกฝังความอดกลั้น คุณค่าแห่งเมตตาธรรม และความสำนึกดีให้เด็กด้วย
พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดี มจร. ประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดการประชุม บอกว่ายังมีเวทีการประชุมในหัวข้อ “การฟื้นฟูวิกฤติการณ์ของโลก ตามทัศนะชาวพุทธ” มีทัศนะผู้นำชาวพุทธเสนอไว้อย่างน่าสนใจ 5 ประเด็น 1.แก้ปัญหาโดยอาศัยจิต ศีล สมาธิ ปัญญา จะต้องเร่งประยุกต์หลักการปฏิบัติกรรมฐานให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิต การใช้สติ พุทธจิตวิทยา จิตวิทยา จิตเวช 2.แก้ปัญหาด้วยการศึกษาเชิงพุทธ สอดแทรกคำสอนทางพุทธศาสนาเข้าไปในประเทศที่มีคนกลุ่มน้อยนับถือศาสนาพุทธ การสอนศีลธรรมให้เยาวชน ใน 2 รูปแบบคือ ตามประเพณี และการศึกษาสมัยใหม่ในมหาวิทยาลัยสงฆ์
3.แก้ปัญหาด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่มีการขัดแย้งกัน การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา 4.แก้ปัญหาด้วยนิเวศวิทยาเชิงพุทธ ลดความโลภที่ไม่มีขีดจำกัด ไม่ใช้ทรัพยากรอย่างไร้ความรับผิดชอบ โดยรักษาศีลไม่เบียดเบียนกัน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม 5.แก้ปัญหาด้วยพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยมิใช่นำไปช่วยตัวเองเท่านั้น นำหลักธรรมของพระพุทธเจ้าออกไปช่วยเหลือสังคม
ทั้งนี้ เนื้อหาสาระจาก 5 เวทีได้กลายมาเป็นมติ “ปฏิญญากรุงเทพ” แยกย่อยได้ถึง 11 ประการ 1.ฟื้นฟูศีลธรรมในจิตใจของมนุษย์หลุดพ้นวิกฤติของโลก 2.เรียกร้องให้ผู้นำทางศาสนา ผู้นำการเมือง เจรจาพูดคุยกันเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดระหว่างวัฒนธรรม 3.แก้ปัญหาอย่างสันติบนทางสายกลางแบบมีส่วนร่วม 4.ส่งเสริมสุขภาวะจิตใจ อารมณ์โดยอาศัยจริยธรรมทางด้านศีลธรรม 5.ใช้พระพุทธศาสนาเป็นเครื่องมือช่วยบรรเทาผลกระทบวิกฤติการณ์เศรษฐกิจโลก ทั้งในบุคคลและชุมชน
6.เชื่อมโยงพระพุทธศาสนากับนิเวศวิทยาและทัศนคติที่ดีต่อธรรมชาติ 7.จัดสร้างพุทธอุทยานโลก ที่ จ.ปราจีนบุรี 8.ส่งเสริมให้สาธารณชนเข้าใจหลักธรรมโดยใช้พระไตรปิฎกฉบับสากล 9.สนับสนุนโครงการอิเล็กทรอนิกจัดสร้างตำราทางพระพุทธศาสนานาชาติ 10.จัดประชุมสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ ครั้งที่ 2 ในเดือนธันวาคม 2554 ณ มจร. และ 11.จัดงานวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2554 ณ ประเทศไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554
ในช่วงท้ายของการประชุมนี้มีกิจกรรมสำคัญที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระสังฆราช และประมุขสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุมทั้ง 83 ประเทศ ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา เพื่อทำบุญใหญ่เป็นสิริมงคลให้ประเทศไทยและต่างเชื่อมั่นว่าไทยจะผ่านพ้นวิกฤติการณ์ทางการเมืองได้ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผู้นำชาวพุทธนานาชาติร่วมกันแสดงออกถึงความปรารถนาดีให้สังคมไทยกลับมาสงบสุขอีกครั้ง แล้วเราคนไทยจะแสดงพลังต่อบ้านเมืองยามนี้อย่างไร
ผกามาศ ใจฉลาด รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้องสังคมราชภัฏประจำวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.53ใครอะไรที่ไหนประจำวันที่ 28 พ.ค.เด็กนร.เวียนเทียนถูกผึ้งหลวงต่อยเจ็บกว่า70รายโพลวิสาขบูชาวอนปชช.รักกตัญญูต่อสถาบันหลักโคราชยกวัดเข้าห้างจัดกิจกรรมวิสาขบูชาโลก
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก : แม้ประเทศไทยจะเกิดวิกฤติทางการเมืองอย่างรุนแรง เสียงปืน เสียงระเบิด ความร้อนของไฟยังระอุพร้อมที่จะปะทุพ่นม่านควันปกคลุมทั่วกรุงเทพมหานคร นานาชาติต่างส่งสารให้คนของตนระมัดระวัง และทยอยเดินทางกลับ
แต่ดูเหมือนว่าความร้อนนั้นมิอาจอยู่เหนือความสงบร่มเย็นในพระพุทธศาสนาที่มีมากว่า 2,500 ปี จึงมีผู้นำชาวพุทธระดับสมเด็จพระสังฆราช ประมุขสงฆ์ นักปราชญ์ จาก 83 ประเทศกว่า 1,700 คนมุ่งหน้าเข้าไทย
เพื่อร่วมการประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2553 วันที่ 23-25 พฤษภาคม 2553 ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) จ.พระนครศรีอยุธยา กันอย่างพร้อมเพรียง โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ไปทรงเปิดการประชุมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ในการนี้ได้พระราชทานพระราชดำรัส ใจความตอนหนึ่งว่า
“พระพุทธศาสนานั้นมีลักษณะพิเศษ ในประการที่อาศัยเหตุและผลอันเที่ยงแท้ตามเป็นจริงเป็นพื้นฐาน แสดงคำสอนที่บุคคลสามารถใช้ปัญญาไตร่ตรองและหยิบยกขึ้นปฏิบัติ เพื่อความสุขความเจริญและความบริสุทธิ์ได้ตามวิสัยของตน ท่านทั้งหลายผู้ตั้งใจอุทิศแรงกายแรงใจของตนเพื่อพระพุทธศาสนา จึงชอบที่จะเผยแพร่พุทธธรรมโดยยึดหลักของเหตุผลแนะนำส่งเสริมให้บุคคลใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาและสิ่งดีชั่วต่างๆ ให้รู้ให้เห็นตามทางและวิธีที่ถูกต้องด้วยตัวเขาเอง”
นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญต่างส่งสารแสดงทัศนะหลักธรรมกับการแก้ปัญหาต่างๆ นานา อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เชื่อในหลักอหิงสา ไม่เบียดเบียน มีความเมตตากรุณาต่อกันให้เกิดสันติในโลก นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เชื่อในความอดทน เมตตาธรรมจะทำประโยชน์แก่มนุษยชาติ ด้าน อีรีน่า โบโคว่า ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก เห็นว่าพระพุทธเจ้าเน้นให้คนอยู่ร่วมกันโดยสันติและยอมรับความหลากหลาย ปลูกฝังความอดกลั้น คุณค่าแห่งเมตตาธรรม และความสำนึกดีให้เด็กด้วย
พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดี มจร. ประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดการประชุม บอกว่ายังมีเวทีการประชุมในหัวข้อ “การฟื้นฟูวิกฤติการณ์ของโลก ตามทัศนะชาวพุทธ” มีทัศนะผู้นำชาวพุทธเสนอไว้อย่างน่าสนใจ 5 ประเด็น 1.แก้ปัญหาโดยอาศัยจิต ศีล สมาธิ ปัญญา จะต้องเร่งประยุกต์หลักการปฏิบัติกรรมฐานให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิต การใช้สติ พุทธจิตวิทยา จิตวิทยา จิตเวช 2.แก้ปัญหาด้วยการศึกษาเชิงพุทธ สอดแทรกคำสอนทางพุทธศาสนาเข้าไปในประเทศที่มีคนกลุ่มน้อยนับถือศาสนาพุทธ การสอนศีลธรรมให้เยาวชน ใน 2 รูปแบบคือ ตามประเพณี และการศึกษาสมัยใหม่ในมหาวิทยาลัยสงฆ์
3.แก้ปัญหาด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่มีการขัดแย้งกัน การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา 4.แก้ปัญหาด้วยนิเวศวิทยาเชิงพุทธ ลดความโลภที่ไม่มีขีดจำกัด ไม่ใช้ทรัพยากรอย่างไร้ความรับผิดชอบ โดยรักษาศีลไม่เบียดเบียนกัน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม 5.แก้ปัญหาด้วยพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยมิใช่นำไปช่วยตัวเองเท่านั้น นำหลักธรรมของพระพุทธเจ้าออกไปช่วยเหลือสังคม
ทั้งนี้ เนื้อหาสาระจาก 5 เวทีได้กลายมาเป็นมติ “ปฏิญญากรุงเทพ” แยกย่อยได้ถึง 11 ประการ 1.ฟื้นฟูศีลธรรมในจิตใจของมนุษย์หลุดพ้นวิกฤติของโลก 2.เรียกร้องให้ผู้นำทางศาสนา ผู้นำการเมือง เจรจาพูดคุยกันเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดระหว่างวัฒนธรรม 3.แก้ปัญหาอย่างสันติบนทางสายกลางแบบมีส่วนร่วม 4.ส่งเสริมสุขภาวะจิตใจ อารมณ์โดยอาศัยจริยธรรมทางด้านศีลธรรม 5.ใช้พระพุทธศาสนาเป็นเครื่องมือช่วยบรรเทาผลกระทบวิกฤติการณ์เศรษฐกิจโลก ทั้งในบุคคลและชุมชน
6.เชื่อมโยงพระพุทธศาสนากับนิเวศวิทยาและทัศนคติที่ดีต่อธรรมชาติ 7.จัดสร้างพุทธอุทยานโลก ที่ จ.ปราจีนบุรี 8.ส่งเสริมให้สาธารณชนเข้าใจหลักธรรมโดยใช้พระไตรปิฎกฉบับสากล 9.สนับสนุนโครงการอิเล็กทรอนิกจัดสร้างตำราทางพระพุทธศาสนานาชาติ 10.จัดประชุมสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ ครั้งที่ 2 ในเดือนธันวาคม 2554 ณ มจร. และ 11.จัดงานวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2554 ณ ประเทศไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554
ในช่วงท้ายของการประชุมนี้มีกิจกรรมสำคัญที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระสังฆราช และประมุขสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุมทั้ง 83 ประเทศ ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา เพื่อทำบุญใหญ่เป็นสิริมงคลให้ประเทศไทยและต่างเชื่อมั่นว่าไทยจะผ่านพ้นวิกฤติการณ์ทางการเมืองได้ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผู้นำชาวพุทธนานาชาติร่วมกันแสดงออกถึงความปรารถนาดีให้สังคมไทยกลับมาสงบสุขอีกครั้ง แล้วเราคนไทยจะแสดงพลังต่อบ้านเมืองยามนี้อย่างไร
ผกามาศ ใจฉลาด รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้องสังคมราชภัฏประจำวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.53ใครอะไรที่ไหนประจำวันที่ 28 พ.ค.เด็กนร.เวียนเทียนถูกผึ้งหลวงต่อยเจ็บกว่า70รายโพลวิสาขบูชาวอนปชช.รักกตัญญูต่อสถาบันหลักโคราชยกวัดเข้าห้างจัดกิจกรรมวิสาขบูชาโลก
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ม.หอการค้าไทยเลื่อนเปิดเรียน
ม.หอการค้าไทยเลื่อนเปิดเรียน
คมชัดลึก : มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ขอเลื่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 1/2553 เป็นวันที่ 14 มิถุนายน และยังคงเปิดรับสมัครคัดเลือกนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2553
เข้าศึกษาต่อใน 8 คณะ กว่า 40 สาขาวิชา ทั้งหลักสูตรภาษาไทย และหลักสูตรนานาชาติ 3 สาขา สำหรับนักศึกษาใหม่ทุกท่านจะได้รับ My Choice Clicker และมินิโน้ตบุ๊ก hp 5120 เพื่อใช้ประกอบการเรียนแบบ Hybrid ซึ่งเป็นระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสมัครผ่านทางเว็บไซต์ http://www.utcc.ac.th/ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมการรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาคาร 12 ชั้น 1 โทร.0-2697-6761-5 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.00 น.มรภ.สงขลารับป.ตรี
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประจำปีการศึกษา 2553 (ครั้งที่ 2) หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอนภาคปกติ จำนวน 10 คน ภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษาภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีการเกษตรภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชนภาคพิเศษ จำนวน 15 คน ซื้อและยื่นใบสมัครได้ที่ สำนักงานบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (อาคาร 9 ชั้น 2) ตั้งแต่บัดนี้-30 พ.ค.2553 สอบถามได้ที่ โทร.0-7433-6948
ข่าวที่เกี่ยวข้องหมอประเวศเสนอแนวทางเยียวยาและฟื้นฟูบูรณะประเทศ4ม.เอกชนชื่อดังแนะเรียนสิ่งที่ชอบปั้นบัณฑิตคุณภาพ-ไม่ตกงาน วอนรัฐบาลหนุนอุดมศึกษาเอกชนกำหนดสัดส่วนนศ.-คุมตั้งวิทยาเขต วิกฤติหนี้กรีซระเบิดเวลาลูกใหม่หวั่นลามยุโรปกระทบถึงเศรษฐกิจไทย ไมโครซอฟท์จับมือหอการค้าไทยสร้างมหาวิทยาลัยบนก้อนเมฆ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก : มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ขอเลื่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 1/2553 เป็นวันที่ 14 มิถุนายน และยังคงเปิดรับสมัครคัดเลือกนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2553
เข้าศึกษาต่อใน 8 คณะ กว่า 40 สาขาวิชา ทั้งหลักสูตรภาษาไทย และหลักสูตรนานาชาติ 3 สาขา สำหรับนักศึกษาใหม่ทุกท่านจะได้รับ My Choice Clicker และมินิโน้ตบุ๊ก hp 5120 เพื่อใช้ประกอบการเรียนแบบ Hybrid ซึ่งเป็นระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสมัครผ่านทางเว็บไซต์ http://www.utcc.ac.th/ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมการรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาคาร 12 ชั้น 1 โทร.0-2697-6761-5 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.00 น.มรภ.สงขลารับป.ตรี
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประจำปีการศึกษา 2553 (ครั้งที่ 2) หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอนภาคปกติ จำนวน 10 คน ภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษาภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีการเกษตรภาคพิเศษ จำนวน 15 คน หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชนภาคพิเศษ จำนวน 15 คน ซื้อและยื่นใบสมัครได้ที่ สำนักงานบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (อาคาร 9 ชั้น 2) ตั้งแต่บัดนี้-30 พ.ค.2553 สอบถามได้ที่ โทร.0-7433-6948
ข่าวที่เกี่ยวข้องหมอประเวศเสนอแนวทางเยียวยาและฟื้นฟูบูรณะประเทศ4ม.เอกชนชื่อดังแนะเรียนสิ่งที่ชอบปั้นบัณฑิตคุณภาพ-ไม่ตกงาน วอนรัฐบาลหนุนอุดมศึกษาเอกชนกำหนดสัดส่วนนศ.-คุมตั้งวิทยาเขต วิกฤติหนี้กรีซระเบิดเวลาลูกใหม่หวั่นลามยุโรปกระทบถึงเศรษฐกิจไทย ไมโครซอฟท์จับมือหอการค้าไทยสร้างมหาวิทยาลัยบนก้อนเมฆ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
สังคมราชภัฏประจำวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.53
สังคมราชภัฏประจำวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.53
คมชัดลึก : ...สังคมราชภัฏ วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา นับเป็นวันสำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนาและวันสำคัญของโลกที่มี 3 เหตุการณ์ เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ วันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยทั้งสามเหตุการณ์นั้นเกิดตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ควรที่ชาวพุทธทุกคนรักษาศีล เข้าวัดปฏิบัติธรรม ตามศรัทธา และไปเวียนเทียน
...ฟังแล้วได้แง่คิดที่ทุกฝ่ายควรเอาไปคิด จากกรณีเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในการชุมนุมประท้วงของกลุ่ม นปช.ที่เผาบ้านเผาเมือง ผศ.เอกฉัตร วิทยอภิบาลกุล นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ชี้ถ้ารัฐอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้ หากประเทศชาติอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้ ประเทศชาติเสียหาย เราทุกคนก็ได้รับผลกระทบ ทุกอย่างเป็นมิติเดียวกันหมด เออไม่รู้ว่าจะสำนึกผิดกันบ้างไหมหนอ
...สถานการณ์จลาจลครั้งนี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ปกครอง รศ.ดร.สุพล วุฒิเสน อธิการบดี และ ผศ.ทองเอม สุ่นสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ใครเดือดร้อนรีบติดต่อด่วน โดยขอให้รีบมาลงทะเบียนเรียนและขอผ่อนผันจ่ายค่าเล่าเรียน จะไม่มีการไล่ออกอย่างแน่นอน แถมจะหาทุนให้ด้วย
...สถาบันการศึกษาช่วยได้กับการฟื้นฟูจิตใจและสร้างความสมานฉันท์ ด้วยการสอดแทรกเข้าไปในกิจกรรมต่างๆ ข้อเสนอของ รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เข้าท่ากับการใช้วิกฤติให้เป็นประโยชน์ แต่พลันก็มีเสียงจากนักศึกษาถามกลับ เมื่อไรจะถอดกุญแจรั้วข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาที่ลั่นดานมานานหลายปีออกเสียที จะดีที่สุด. ...ห่วงใย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักศึกษา และคณาจารย์ ผู้ทำการเรียนการสอน ภายในศูนย์การศึกษาย่อย ของมหาวิทยาลัย ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รศ.เอนก เทพสุภรณ์กุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ประกาศให้หยุดการเรียนการสอน ของ นักศึกษาภาคพิเศษ ภายในศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากสงสัยให้รีบไต่ถามอย่านอนใจ
...ยกหอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายให้พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จัดสัมมนา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้ประกอบการทัวร์ รวมไปถึงโรงแรมต่างๆ ใน จ.เชียงราย ผศ.ดร.มาณพ ภาษิตวิไลธรรม อธิการบดี นอกจากจะได้พีอาร์สถาบัน ให้บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์รู้จักแล้ว ยังถือโอกาสการันตีนักศึกษาเอกท่องเที่ยวและการโรงแรมด้วย ยอดจริงๆ
หลวง ฤทธีriddhee@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง11ปฏิญญาวิสาขบูชาโลกเชื่อศาสนาพาไทยพ้นวิกฤติใครอะไรที่ไหนประจำวันที่ 28 พ.ค.เด็กนร.เวียนเทียนถูกผึ้งหลวงต่อยเจ็บกว่า70รายโพลวิสาขบูชาวอนปชช.รักกตัญญูต่อสถาบันหลักโคราชยกวัดเข้าห้างจัดกิจกรรมวิสาขบูชาโลก
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก : ...สังคมราชภัฏ วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา นับเป็นวันสำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนาและวันสำคัญของโลกที่มี 3 เหตุการณ์ เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ วันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยทั้งสามเหตุการณ์นั้นเกิดตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ควรที่ชาวพุทธทุกคนรักษาศีล เข้าวัดปฏิบัติธรรม ตามศรัทธา และไปเวียนเทียน
...ฟังแล้วได้แง่คิดที่ทุกฝ่ายควรเอาไปคิด จากกรณีเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในการชุมนุมประท้วงของกลุ่ม นปช.ที่เผาบ้านเผาเมือง ผศ.เอกฉัตร วิทยอภิบาลกุล นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ชี้ถ้ารัฐอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้ หากประเทศชาติอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้ ประเทศชาติเสียหาย เราทุกคนก็ได้รับผลกระทบ ทุกอย่างเป็นมิติเดียวกันหมด เออไม่รู้ว่าจะสำนึกผิดกันบ้างไหมหนอ
...สถานการณ์จลาจลครั้งนี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ปกครอง รศ.ดร.สุพล วุฒิเสน อธิการบดี และ ผศ.ทองเอม สุ่นสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ใครเดือดร้อนรีบติดต่อด่วน โดยขอให้รีบมาลงทะเบียนเรียนและขอผ่อนผันจ่ายค่าเล่าเรียน จะไม่มีการไล่ออกอย่างแน่นอน แถมจะหาทุนให้ด้วย
...สถาบันการศึกษาช่วยได้กับการฟื้นฟูจิตใจและสร้างความสมานฉันท์ ด้วยการสอดแทรกเข้าไปในกิจกรรมต่างๆ ข้อเสนอของ รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เข้าท่ากับการใช้วิกฤติให้เป็นประโยชน์ แต่พลันก็มีเสียงจากนักศึกษาถามกลับ เมื่อไรจะถอดกุญแจรั้วข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาที่ลั่นดานมานานหลายปีออกเสียที จะดีที่สุด. ...ห่วงใย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักศึกษา และคณาจารย์ ผู้ทำการเรียนการสอน ภายในศูนย์การศึกษาย่อย ของมหาวิทยาลัย ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รศ.เอนก เทพสุภรณ์กุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ประกาศให้หยุดการเรียนการสอน ของ นักศึกษาภาคพิเศษ ภายในศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากสงสัยให้รีบไต่ถามอย่านอนใจ
...ยกหอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายให้พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จัดสัมมนา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้ประกอบการทัวร์ รวมไปถึงโรงแรมต่างๆ ใน จ.เชียงราย ผศ.ดร.มาณพ ภาษิตวิไลธรรม อธิการบดี นอกจากจะได้พีอาร์สถาบัน ให้บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์รู้จักแล้ว ยังถือโอกาสการันตีนักศึกษาเอกท่องเที่ยวและการโรงแรมด้วย ยอดจริงๆ
หลวง ฤทธีriddhee@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง11ปฏิญญาวิสาขบูชาโลกเชื่อศาสนาพาไทยพ้นวิกฤติใครอะไรที่ไหนประจำวันที่ 28 พ.ค.เด็กนร.เวียนเทียนถูกผึ้งหลวงต่อยเจ็บกว่า70รายโพลวิสาขบูชาวอนปชช.รักกตัญญูต่อสถาบันหลักโคราชยกวัดเข้าห้างจัดกิจกรรมวิสาขบูชาโลก
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ฝึกสมาธิรับน้องใหม่
ฝึกสมาธิรับน้องใหม่
คมชัดลึก :
นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน ฝึกนั่งสมาธิเพื่อต่อยอดสู่การใช้สมาธิในการเรียนก่อนเปิดเทอม ในการอบรมค่ายคุณธรรมนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2553 ณ วัดโบสถ์ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา หนึ่งในกิจกรรมรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัย เมื่อเร็วๆ นี้
ข่าวที่เกี่ยวข้องสมาธิลิงพึ่งตนพึ่งธรรมวันพระ-สมการธรรมะ...สไตล์บุญชัยโกศลธนากุลมองนอกดูใน - สาวิกาสิกขาลัย...หนทางสู่ความเป็นอริยะ
"แทม" ทิพธิดา สุขุม เลือก "ฮาร์พ" ปรุงชีวิต
มรสุมชีวิตกับจิตวิญญาณของ'จา'พนม
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก :
นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน ฝึกนั่งสมาธิเพื่อต่อยอดสู่การใช้สมาธิในการเรียนก่อนเปิดเทอม ในการอบรมค่ายคุณธรรมนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2553 ณ วัดโบสถ์ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา หนึ่งในกิจกรรมรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัย เมื่อเร็วๆ นี้
ข่าวที่เกี่ยวข้องสมาธิลิงพึ่งตนพึ่งธรรมวันพระ-สมการธรรมะ...สไตล์บุญชัยโกศลธนากุลมองนอกดูใน - สาวิกาสิกขาลัย...หนทางสู่ความเป็นอริยะ
"แทม" ทิพธิดา สุขุม เลือก "ฮาร์พ" ปรุงชีวิต
มรสุมชีวิตกับจิตวิญญาณของ'จา'พนม
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
วธ.พิมพ์หนังสือรวมพระพุทธรูปสำคัญแจก ปชช.
วธ.พิมพ์หนังสือรวมพระพุทธรูปสำคัญแจก ปชช.
วีระ โรจน์พจนรัตน์รวบรวมพระพุทธรูปปางต่างๆ ในสยามประเทศ เพื่อเผยแพร่แจกจ่ายแก่ผู้สนใจทั่วไป ขณะที่โพลระบุ คนส่วนมากรู้ถึงความสำคัญ โดยครึ่งหนึ่งคิดจะทำกิจกรรมทางพุทธศาสนาในวันวิสาขบูชา... นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า (27 พ.ค.) เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา ปี 2553วธ.ได้จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนและเยาวชนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน6,310 คน จากทั่วประเทศ ในหัวข้อ “ความคิดเห็นเกี่ยวกับวันวิสาขบูชา” พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 80.11 ทราบประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาร้อยละ 10.79 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 9.10 ไม่ทราบขณะเดียวกันมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 72.57ทราบว่าวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลกทั้งนี้ประเด็นคำถามเกี่ยว กับการทำกิจกรรมในวันวิสาขบูชา พบว่ากลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 55.85 คิดที่จะทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในวันวิสาขบูชา และอีกร้อยละ 44.15ไม่คิดทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ปลัด วธ.กล่าวต่อว่า ขณะที่กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่กลุ่มตัวอย่างจะทำในวันวิสาขบูชาร้อยละ 72.69 ตักบาตรร้อยละ 68.24 เวียนเทียน ร้อยละ 59.49 ทำบุญทำทาน และร้อยละ 58.53 สวดมนต์/ไหว้พระ นอกจากนี้ยังได้มีการสอบถามถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชาที่มีต่อ ประชาชานกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 47.61 เห็นว่าเป็นโอกาสในการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ร้อยละ 25.01 เห็นว่าจะได้นำหลักธรรมของพระพุทธเจ้ามาใช้กับชีวิต และร้อยละ 16.23 เห็นว่าทำให้มีเวลาทำจิตใจให้สงบ หาที่พึ่งทางใจ และร้อยละ 8.15 เห็นว่าเป็นช่วงเวลาพักผ่อน เพราะได้หยุดติดต่อกันหลายวันนายวีระ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในส่วนคำถามเกี่ยวกับคติธรรมในวัน วิสาขบูชาที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 33.47 ใช้หลักธรรม อริยสัจ4 ในการจัดการกับปัญหาชีวิต ได้แก่ ทุกข์-ปัญหา สมุทัย-ต้นเหตุของปัญหา นิโรธ-วางเป้าหมายมรรค-ลงมือแก้ไข เป็นต้น ขณะที่ร้อยละ 24.88นำการประสูติของพระพุทธเจ้ามาปรับใช้ทำให้มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต และร้อยละ 14.42 นำการตรัสรู้มาปรับใช้ทำให้มีความพยายามพัฒนาตนเอง“เรายังได้รับคำแนะนำ จากกลุ่มตัวอย่างที่ร่วมตอบแบบสอบถามในประเด็นที่ว่าวธ.ควรรณรงค์เรื่องใดใน วันวิสาขบูชา พบว่า ร้อยละ 38.46 อยากให้รณรงค์การร่วมกันทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชาวพุทธ ร้อยละ 25.55 อยากให้รณรงค์ให้ประชาชนเกิดความกตัญญูต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ร้อยละ 16.02 อยากให้รณรงค์ให้เกิดความรัก ความสามัคคีเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน และร้อยละ 13.15 รณรงค์ให้ปฏิบัติตนหรือคิดแก้ไขปัญหาอย่างมีสติและใช้เหตุผล” ปลัด วธ.กล่าวนายวีระ กล่าวด้วยว่า สำหรับกิจกรรมของ วธ.เนื่องในวันวิสาขบูชาปีนี้ ได้มีการจัดพิมพ์หนังสือรวบรวมพระพุทธรูปปางต่างๆ ในสยามประเทศ เพื่อเผยแพร่แจกจ่ายแก่ผู้สนใจทั่วไปโดยสามารถติดต่อรับหนังสือได้ที่กลุ่ม ประชาสัมพันธ์ ชั้น18กระทรวงวัฒนธรรม หรือส่งซองเปล่าขนาด A4 ติดแสตมป์13 บาท จ่าหน้าถึงตัวท่านเอง (วงเล็บมุมซองว่า “ขอรับหนังสือพระพุทธรูปฯ”) ส่งมาที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม 666 ถนนบรมราชชนนีแขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 (มีจำนวนจำกัด) สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 – 2422 – 8851 – 7
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
วีระ โรจน์พจนรัตน์รวบรวมพระพุทธรูปปางต่างๆ ในสยามประเทศ เพื่อเผยแพร่แจกจ่ายแก่ผู้สนใจทั่วไป ขณะที่โพลระบุ คนส่วนมากรู้ถึงความสำคัญ โดยครึ่งหนึ่งคิดจะทำกิจกรรมทางพุทธศาสนาในวันวิสาขบูชา... นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า (27 พ.ค.) เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา ปี 2553วธ.ได้จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนและเยาวชนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน6,310 คน จากทั่วประเทศ ในหัวข้อ “ความคิดเห็นเกี่ยวกับวันวิสาขบูชา” พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 80.11 ทราบประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาร้อยละ 10.79 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 9.10 ไม่ทราบขณะเดียวกันมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 72.57ทราบว่าวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลกทั้งนี้ประเด็นคำถามเกี่ยว กับการทำกิจกรรมในวันวิสาขบูชา พบว่ากลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 55.85 คิดที่จะทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในวันวิสาขบูชา และอีกร้อยละ 44.15ไม่คิดทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ปลัด วธ.กล่าวต่อว่า ขณะที่กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่กลุ่มตัวอย่างจะทำในวันวิสาขบูชาร้อยละ 72.69 ตักบาตรร้อยละ 68.24 เวียนเทียน ร้อยละ 59.49 ทำบุญทำทาน และร้อยละ 58.53 สวดมนต์/ไหว้พระ นอกจากนี้ยังได้มีการสอบถามถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชาที่มีต่อ ประชาชานกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 47.61 เห็นว่าเป็นโอกาสในการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ร้อยละ 25.01 เห็นว่าจะได้นำหลักธรรมของพระพุทธเจ้ามาใช้กับชีวิต และร้อยละ 16.23 เห็นว่าทำให้มีเวลาทำจิตใจให้สงบ หาที่พึ่งทางใจ และร้อยละ 8.15 เห็นว่าเป็นช่วงเวลาพักผ่อน เพราะได้หยุดติดต่อกันหลายวันนายวีระ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในส่วนคำถามเกี่ยวกับคติธรรมในวัน วิสาขบูชาที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 33.47 ใช้หลักธรรม อริยสัจ4 ในการจัดการกับปัญหาชีวิต ได้แก่ ทุกข์-ปัญหา สมุทัย-ต้นเหตุของปัญหา นิโรธ-วางเป้าหมายมรรค-ลงมือแก้ไข เป็นต้น ขณะที่ร้อยละ 24.88นำการประสูติของพระพุทธเจ้ามาปรับใช้ทำให้มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต และร้อยละ 14.42 นำการตรัสรู้มาปรับใช้ทำให้มีความพยายามพัฒนาตนเอง“เรายังได้รับคำแนะนำ จากกลุ่มตัวอย่างที่ร่วมตอบแบบสอบถามในประเด็นที่ว่าวธ.ควรรณรงค์เรื่องใดใน วันวิสาขบูชา พบว่า ร้อยละ 38.46 อยากให้รณรงค์การร่วมกันทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชาวพุทธ ร้อยละ 25.55 อยากให้รณรงค์ให้ประชาชนเกิดความกตัญญูต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ร้อยละ 16.02 อยากให้รณรงค์ให้เกิดความรัก ความสามัคคีเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน และร้อยละ 13.15 รณรงค์ให้ปฏิบัติตนหรือคิดแก้ไขปัญหาอย่างมีสติและใช้เหตุผล” ปลัด วธ.กล่าวนายวีระ กล่าวด้วยว่า สำหรับกิจกรรมของ วธ.เนื่องในวันวิสาขบูชาปีนี้ ได้มีการจัดพิมพ์หนังสือรวบรวมพระพุทธรูปปางต่างๆ ในสยามประเทศ เพื่อเผยแพร่แจกจ่ายแก่ผู้สนใจทั่วไปโดยสามารถติดต่อรับหนังสือได้ที่กลุ่ม ประชาสัมพันธ์ ชั้น18กระทรวงวัฒนธรรม หรือส่งซองเปล่าขนาด A4 ติดแสตมป์13 บาท จ่าหน้าถึงตัวท่านเอง (วงเล็บมุมซองว่า “ขอรับหนังสือพระพุทธรูปฯ”) ส่งมาที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม 666 ถนนบรมราชชนนีแขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 (มีจำนวนจำกัด) สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 – 2422 – 8851 – 7
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
Tuesday, May 25, 2010
พอเพียงด้วยโครงการเลี้ยงไก่ไข่กับเยาวชน ร.ร.บ้านพรหมนิมิต
พอเพียงด้วยโครงการเลี้ยงไก่ไข่กับเยาวชน ร.ร.บ้านพรหมนิมิต
คมชัดลึก :เกือบ 2 ปีแล้วที่โรงเรียนบ้านพรหมนิมิต ต.ไทยอุดม อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ดำเนิน "โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน" โดยความร่วมมือระหว่างบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กับมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท
สนับสนุนให้เด็กในโรงเรียนที่ขาดแคลนอาหารกลางวันและประสบกับปัญหาภาวะทุพโภชนาการมีอาหารกลางวันรับประทานและมีรายได้เพื่อใช้ในการพัฒนาโรงเรียนอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ ได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเกษตรร่วมกัน เป็นแนวทางการประกอบอาชีพในอนาคต
"สุปรี เบ้าสิงห์สวย" ผู้จัดการมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท บอกว่า วัตถุประสงค์โครงการนี้ เน้นโรงเรียนที่อยู่ในเขตชายแดน โรงเรียนชนบท ที่ขาดแคลนงบประมาณอาหารกลางวันและกำลังประสบปัญหาภาวะทุพโภชนาการ มีสภาพพื้นที่เหมาะสมต่อการสร้างโรงเรือน ซึ่งโรงเรียนบ้านพรหมนิมิต เข้าหลักเกณฑ์ทุกข้อและมีความเข้มแข็งในการทำงานจึงประสบผลสำเร็จได้
โครงการนี้ช่วยให้นักเรียนมีอาหารกลางวันไว้รับประทาน ประสาน พรหมณา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพรหมนิมิต บอกว่า เจ้าหน้าที่สัตวบาลยังช่วยฝึกทักษะการเลี้ยงไก่ไข่ที่ถูกต้องให้แก่นักเรียน การจัดสรรอาหารกลางวันอย่างถูกหลักโภชนาการ และการขายสินค้าเพื่อให้ได้กำไรอย่างเหมาะสม ตลอดจนสามารถบูรณาการความรู้และประสบการณ์สู่ผู้อื่นได้
"ขณะนี้มีเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์บางรายเข้ามาสอบถามวิธีการเลี้ยงไก่จากโรงเรียนของเรา ซึ่งจะมอบหมายให้นักเรียนเป็นผู้อธิบายวิธีการต่างๆ เพราะต้องการให้เขาภูมิใจในสิ่งที่ได้ทำ" ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพรหมนิมิต กล่าว ผลผลิตที่ได้จากการเลี้ยงไก่ไข่นั้น จะแบ่งไว้สำหรับทำอาหารกลางวันและขาย โดยใน 1 สัปดาห์ จะทำอาหารด้วยเมนูไข่ให้นักเรียนรับประทาน 2 วัน 3 วัน ที่เหลือจะเป็นเมนูอื่น โดยใช้วัตถุดิบที่มีในโรงเรียน ประกอบด้วย ผักหลากหลายชนิด ปลา และหมู ผลผลิตที่ได้เกิดจากการนำรายได้ที่ขายไข่ไก่ไปต่อยอดให้เกิดการหมุนเวียนเกิดผลผลิตใหม่ที่ได้ทั้งรายได้และเป็นอาหารกลางวันของนักเรียนได้ด้วย
กวาง หรือ ด.ญ.ธารารัตน์ คล้ายป้อม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านพรหมนิมิต มีหน้าที่รับผิดชอบเลี้ยงไก่ร่วมกับเพื่อนๆ อีก 3 คน ซึ่งเจ็ดโมงเช้าของทุกวัน กวางจะต้องไปให้อาหารแม่ไก่ "โนนนี่" ส่วนเพื่อนอีกคนมีหน้าที่ให้อาหารและเก็บไข่ อีกคนทำความสะอาด และดูแลไก่ป่วยหรือไม่ โดยสลับเวรกันเป็นวันเพื่อรายงานผลให้โรงเรียนรับทราบ
"ทุกวันเข้ามาทำความสะอาดให้โรงเรือนสะอาดอยู่เสมอและจะต้องเปิดวิทยุให้แม่ไก่คุ้นเคย เพื่อที่จะได้ไม่ตกใจเวลาที่ต้องได้ยินเสียงดัง บางครั้งก็เข้ามาพูดคุยกับแม่ไก่ ขอบคุณที่เขาไข่ให้เราได้กินได้ขาย" กวางเล่าด้วยใบหน้าอมยิ้ม ขณะที่ ชู หรือ ชูเกียรติ ผาสุก หนุ่มน้อยวัยเดียวกัน มีหน้าที่เก็บมูลไก่ไปขายทุกสัปดาห์ เวลาว่าง ชู จะศึกษาวิธีการรักษาโรคในสัตว์ปีกเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่สัตวบาล เพราะตั้งใจไว้ว่าในอนาคตจะทำอาชีพเลี้ยงสัตว์ และนำความรู้ที่ได้ไปบอกต่อผู้ปกครอง ที่เลี้ยงเป็ดและไก่ชน ซึ่งมีวิธีการดูแลในลักษณะคล้ายกัน
ในมุมมองของตัวแทนซีพีเอฟ เกษม วิไลประสงค์ กล่าวว่า โรงเรียนบ้านพรหมนิมิตเป็นสถาบันที่มีความเข้มแข็งในการจัดการบริหารโครงการได้ดี ง่ายต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืน เพื่อผลักดันให้โรงเรียนเป็นแกนนำเพื่อการขยายผลโครงการสู่โรงเรียนแห่งอื่นอีก 393 แห่ง
แม้โรงเรียนบ้านพรหมนิมิตร จะเป็นโรงเรียนขยายโอกาสขนาดเล็ก แต่มีศักยภาพในการพัฒนาสถาบันให้ยั่งยืนและตั้งอยู่บนพื้นฐานความพอดี ทั้งกาย ใจ ด้วยสติปัญญาและความสามารถที่มีในตัวเอง สมกับปรัชญาโรงเรียนที่ว่า "ปญญาว ธเนน เสยโย" ซึ่งมีหมายว่า ปัญญานั่นแหละประเสริฐกว่าทรัพย์ ถือเป็นตัวอย่างของการพึ่งพาตัวเองด้วยเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นอย่างดี
ข่าวที่เกี่ยวข้องหนองเสือสร้างศูนย์เรียนรู้ตำบล หวังรวมปัญหาอาชีพและจัดงาน
โอท็อป-ท่องเที่ยวเมืองกาญจน์บุกเจาะตลาดลูกค้าองค์กรขอนแก่นมุมมองใหม่-พลังมด ลดโลกร้อนร.ร.บ้านควนเนียงปลุกสำนึกรักษ์โลก"ท่องโลกเกษตร"กับคมชัดลึก(1)ดูวิถี"พอเพียง"ที่ศูนย์มาบเอื้องตำนานแผ่นดิน-ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จ.ระยอง
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก :เกือบ 2 ปีแล้วที่โรงเรียนบ้านพรหมนิมิต ต.ไทยอุดม อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ดำเนิน "โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน" โดยความร่วมมือระหว่างบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กับมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท
สนับสนุนให้เด็กในโรงเรียนที่ขาดแคลนอาหารกลางวันและประสบกับปัญหาภาวะทุพโภชนาการมีอาหารกลางวันรับประทานและมีรายได้เพื่อใช้ในการพัฒนาโรงเรียนอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ ได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเกษตรร่วมกัน เป็นแนวทางการประกอบอาชีพในอนาคต
"สุปรี เบ้าสิงห์สวย" ผู้จัดการมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท บอกว่า วัตถุประสงค์โครงการนี้ เน้นโรงเรียนที่อยู่ในเขตชายแดน โรงเรียนชนบท ที่ขาดแคลนงบประมาณอาหารกลางวันและกำลังประสบปัญหาภาวะทุพโภชนาการ มีสภาพพื้นที่เหมาะสมต่อการสร้างโรงเรือน ซึ่งโรงเรียนบ้านพรหมนิมิต เข้าหลักเกณฑ์ทุกข้อและมีความเข้มแข็งในการทำงานจึงประสบผลสำเร็จได้
โครงการนี้ช่วยให้นักเรียนมีอาหารกลางวันไว้รับประทาน ประสาน พรหมณา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพรหมนิมิต บอกว่า เจ้าหน้าที่สัตวบาลยังช่วยฝึกทักษะการเลี้ยงไก่ไข่ที่ถูกต้องให้แก่นักเรียน การจัดสรรอาหารกลางวันอย่างถูกหลักโภชนาการ และการขายสินค้าเพื่อให้ได้กำไรอย่างเหมาะสม ตลอดจนสามารถบูรณาการความรู้และประสบการณ์สู่ผู้อื่นได้
"ขณะนี้มีเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์บางรายเข้ามาสอบถามวิธีการเลี้ยงไก่จากโรงเรียนของเรา ซึ่งจะมอบหมายให้นักเรียนเป็นผู้อธิบายวิธีการต่างๆ เพราะต้องการให้เขาภูมิใจในสิ่งที่ได้ทำ" ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพรหมนิมิต กล่าว ผลผลิตที่ได้จากการเลี้ยงไก่ไข่นั้น จะแบ่งไว้สำหรับทำอาหารกลางวันและขาย โดยใน 1 สัปดาห์ จะทำอาหารด้วยเมนูไข่ให้นักเรียนรับประทาน 2 วัน 3 วัน ที่เหลือจะเป็นเมนูอื่น โดยใช้วัตถุดิบที่มีในโรงเรียน ประกอบด้วย ผักหลากหลายชนิด ปลา และหมู ผลผลิตที่ได้เกิดจากการนำรายได้ที่ขายไข่ไก่ไปต่อยอดให้เกิดการหมุนเวียนเกิดผลผลิตใหม่ที่ได้ทั้งรายได้และเป็นอาหารกลางวันของนักเรียนได้ด้วย
กวาง หรือ ด.ญ.ธารารัตน์ คล้ายป้อม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านพรหมนิมิต มีหน้าที่รับผิดชอบเลี้ยงไก่ร่วมกับเพื่อนๆ อีก 3 คน ซึ่งเจ็ดโมงเช้าของทุกวัน กวางจะต้องไปให้อาหารแม่ไก่ "โนนนี่" ส่วนเพื่อนอีกคนมีหน้าที่ให้อาหารและเก็บไข่ อีกคนทำความสะอาด และดูแลไก่ป่วยหรือไม่ โดยสลับเวรกันเป็นวันเพื่อรายงานผลให้โรงเรียนรับทราบ
"ทุกวันเข้ามาทำความสะอาดให้โรงเรือนสะอาดอยู่เสมอและจะต้องเปิดวิทยุให้แม่ไก่คุ้นเคย เพื่อที่จะได้ไม่ตกใจเวลาที่ต้องได้ยินเสียงดัง บางครั้งก็เข้ามาพูดคุยกับแม่ไก่ ขอบคุณที่เขาไข่ให้เราได้กินได้ขาย" กวางเล่าด้วยใบหน้าอมยิ้ม ขณะที่ ชู หรือ ชูเกียรติ ผาสุก หนุ่มน้อยวัยเดียวกัน มีหน้าที่เก็บมูลไก่ไปขายทุกสัปดาห์ เวลาว่าง ชู จะศึกษาวิธีการรักษาโรคในสัตว์ปีกเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่สัตวบาล เพราะตั้งใจไว้ว่าในอนาคตจะทำอาชีพเลี้ยงสัตว์ และนำความรู้ที่ได้ไปบอกต่อผู้ปกครอง ที่เลี้ยงเป็ดและไก่ชน ซึ่งมีวิธีการดูแลในลักษณะคล้ายกัน
ในมุมมองของตัวแทนซีพีเอฟ เกษม วิไลประสงค์ กล่าวว่า โรงเรียนบ้านพรหมนิมิตเป็นสถาบันที่มีความเข้มแข็งในการจัดการบริหารโครงการได้ดี ง่ายต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืน เพื่อผลักดันให้โรงเรียนเป็นแกนนำเพื่อการขยายผลโครงการสู่โรงเรียนแห่งอื่นอีก 393 แห่ง
แม้โรงเรียนบ้านพรหมนิมิตร จะเป็นโรงเรียนขยายโอกาสขนาดเล็ก แต่มีศักยภาพในการพัฒนาสถาบันให้ยั่งยืนและตั้งอยู่บนพื้นฐานความพอดี ทั้งกาย ใจ ด้วยสติปัญญาและความสามารถที่มีในตัวเอง สมกับปรัชญาโรงเรียนที่ว่า "ปญญาว ธเนน เสยโย" ซึ่งมีหมายว่า ปัญญานั่นแหละประเสริฐกว่าทรัพย์ ถือเป็นตัวอย่างของการพึ่งพาตัวเองด้วยเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นอย่างดี
ข่าวที่เกี่ยวข้องหนองเสือสร้างศูนย์เรียนรู้ตำบล หวังรวมปัญหาอาชีพและจัดงาน
โอท็อป-ท่องเที่ยวเมืองกาญจน์บุกเจาะตลาดลูกค้าองค์กรขอนแก่นมุมมองใหม่-พลังมด ลดโลกร้อนร.ร.บ้านควนเนียงปลุกสำนึกรักษ์โลก"ท่องโลกเกษตร"กับคมชัดลึก(1)ดูวิถี"พอเพียง"ที่ศูนย์มาบเอื้องตำนานแผ่นดิน-ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จ.ระยอง
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
เผาเมือง-ก่อการร้าย บัญญัติศัพท์ใหม่ ในพจนานุกรม
เผาเมือง-ก่อการร้าย บัญญัติศัพท์ใหม่ ในพจนานุกรม
ราชบัณฑิตเตรียมบัญญัติศัพท์เหตุเผาเมือง สุ่มเสี่ยง –ก่อการร้าย ในพจนานุกรมศัพท์ใหม่ เพื่อให้คนยุคต่อไปได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาติ ไว้ใช้ศึกษาหากเกิดเหตุการณ์รูปแบบดังกล่าวขึ้นมาอีก.... เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ศ.กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตยสถาน และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมคำศัพท์ใหม่ ได้ติดตามเหตุการณ์ การความไม่สงบทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆ เพื่อจัดเก็บข้อมูลคำศัพท์ใหม่ และคำศัพท์ที่มีการใช้ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งมีทั้ง คำใหม่ และเป็นการนำคำมาผสมกัน อาทิ สุ่มเสี่ยง เป็นคำใหม่ที่ยังไม่ได้บัญญัติในพจนานุกรม โดยรัฐบาลได้นำมาใช้ช่วงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งความหมาย คือ การระบุถึงพื้นที่ที่เห็นว่ามีอันตรายแต่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน ศ.กิตติคุณ ดร.กาญจนา กล่าวต่อไปว่า สำหรับคำว่า ก่อการร้าย ก็ยังไม่ได้บัญญัติไว้ในพจนานุกรมเช่นกัน และมีความหมายที่กว้าง ที่ผ่านมามักใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศและเหตุการณ์ใหญ่ แต่ครั้งนี้รัฐบาลนำมาใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ดังนั้น เมื่อรัฐบาลนำคำเหล่านี้มาใช้ต่อสาธารณชน ทางราชบัณฑิต เห็นว่า ควรมีการให้ความหมายที่จัดเจน การใช้ที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ส่วนคำว่า ขอคืนพื้นที่ และกระชับพื้นที่ เป็นการนำคำมาผสมกัน ซึ่งบางคำบัญญัติไว้อยู่แล้ว เช่น คำว่ากระชับ เป็นต้น ทั้งนี้ ราชบัณฑิตจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะบัญญัติคำว่า ขอคืนพื้นที่ และกระชับพื้นที่ ไว้ในพจนานุกรมคำศัพท์ใหม่หรือไม่ ด้าน นางสุรีย์รัตน์ วงศ์เสงี่ยม ผอ.สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร กล่าวถึงการเตรียมการจัดทำจดหมายเหตุแห่งชาติบันทึกเหตุการณ์การความไม่สงบ ทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆว่า ในเบื้องต้น ตนจะหารือกับนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร ว่า จะบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ในจดหมายเหตุประเทศไทย หรือจะแยกเป็นเล่มเฉพาะ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้ใช้คำศัพท์ใหม่ๆหลายคำ เช่น แผนปรองดองแห่งชาติ เยียวยา กระชับพื้นที่ การขอคืนพื้นที่ เป็นต้น ซึ่งจะต้องบันทึกให้คนรุ่นได้เห็นว่า การกระชับพื้นที่รัฐบาลดำเนินการอย่างไร มีการแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองแบบไหน ด้วยวิธีการใด เพื่อให้คนยุคต่อไปได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาติ ไว้ใช้ศึกษาหากเกิดเหตุการณ์รูปแบบดังกล่าวขึ้นมาอีก “ขณะนี้ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ได้จัดทำหนังสือขอข้อมูลจากสื่อมวลชนทุกแขนง หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อจัดทำจดหมายเหตุดังกล่าวแล้ว และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนส่งให้สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ บันทึกเป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาต่อไป”ผอ.สำนัก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กล่าว
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ราชบัณฑิตเตรียมบัญญัติศัพท์เหตุเผาเมือง สุ่มเสี่ยง –ก่อการร้าย ในพจนานุกรมศัพท์ใหม่ เพื่อให้คนยุคต่อไปได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาติ ไว้ใช้ศึกษาหากเกิดเหตุการณ์รูปแบบดังกล่าวขึ้นมาอีก.... เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ศ.กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตยสถาน และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมคำศัพท์ใหม่ ได้ติดตามเหตุการณ์ การความไม่สงบทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆ เพื่อจัดเก็บข้อมูลคำศัพท์ใหม่ และคำศัพท์ที่มีการใช้ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งมีทั้ง คำใหม่ และเป็นการนำคำมาผสมกัน อาทิ สุ่มเสี่ยง เป็นคำใหม่ที่ยังไม่ได้บัญญัติในพจนานุกรม โดยรัฐบาลได้นำมาใช้ช่วงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งความหมาย คือ การระบุถึงพื้นที่ที่เห็นว่ามีอันตรายแต่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน ศ.กิตติคุณ ดร.กาญจนา กล่าวต่อไปว่า สำหรับคำว่า ก่อการร้าย ก็ยังไม่ได้บัญญัติไว้ในพจนานุกรมเช่นกัน และมีความหมายที่กว้าง ที่ผ่านมามักใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศและเหตุการณ์ใหญ่ แต่ครั้งนี้รัฐบาลนำมาใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ดังนั้น เมื่อรัฐบาลนำคำเหล่านี้มาใช้ต่อสาธารณชน ทางราชบัณฑิต เห็นว่า ควรมีการให้ความหมายที่จัดเจน การใช้ที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ส่วนคำว่า ขอคืนพื้นที่ และกระชับพื้นที่ เป็นการนำคำมาผสมกัน ซึ่งบางคำบัญญัติไว้อยู่แล้ว เช่น คำว่ากระชับ เป็นต้น ทั้งนี้ ราชบัณฑิตจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะบัญญัติคำว่า ขอคืนพื้นที่ และกระชับพื้นที่ ไว้ในพจนานุกรมคำศัพท์ใหม่หรือไม่ ด้าน นางสุรีย์รัตน์ วงศ์เสงี่ยม ผอ.สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร กล่าวถึงการเตรียมการจัดทำจดหมายเหตุแห่งชาติบันทึกเหตุการณ์การความไม่สงบ ทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆว่า ในเบื้องต้น ตนจะหารือกับนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร ว่า จะบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ในจดหมายเหตุประเทศไทย หรือจะแยกเป็นเล่มเฉพาะ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้ใช้คำศัพท์ใหม่ๆหลายคำ เช่น แผนปรองดองแห่งชาติ เยียวยา กระชับพื้นที่ การขอคืนพื้นที่ เป็นต้น ซึ่งจะต้องบันทึกให้คนรุ่นได้เห็นว่า การกระชับพื้นที่รัฐบาลดำเนินการอย่างไร มีการแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองแบบไหน ด้วยวิธีการใด เพื่อให้คนยุคต่อไปได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาติ ไว้ใช้ศึกษาหากเกิดเหตุการณ์รูปแบบดังกล่าวขึ้นมาอีก “ขณะนี้ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ได้จัดทำหนังสือขอข้อมูลจากสื่อมวลชนทุกแขนง หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อจัดทำจดหมายเหตุดังกล่าวแล้ว และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนส่งให้สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ บันทึกเป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาต่อไป”ผอ.สำนัก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กล่าว
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ให้เด็กเรียนเรื่องปรองดองในห้องเรียนลดแตกแยก
ให้เด็กเรียนเรื่องปรองดองในห้องเรียนลดแตกแยก
คมชัดลึก : สพฐ.เตรียมนำเรื่อง ปรองดอง ใส่ไว้ในชั้นเรียน ฝึกให้เด็กไทยรู้จักการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น สร้างสันติ ลดความแตกแยก เสนอตั้งกรรมการระดับกระทรวง กำหนดจุดเน้นการจัดการศึกษาในแต่ละช่วงชั้นผนวกเรื่องสำนึกหน้าที่พลเมืองเป็นจุดเน้นทุกระดับชั้น
(25พ.ค.) ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า สพฐ. ได้รับมอบหมายเป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนการปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอนและการวัดและประเมินผล ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ สพฐ.เตรียมเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงเรียกชื่อ คณะกรรมเพิ่มคุณภาพผู้เรียนตามนโยบายปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ อาทิเช่น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาที่รับผิดชอบการผลิตและพัฒนาครู ทั้งนี้ เมื่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศธ. ลงนามแต่งตั้งกรรมการแล้ว จะมีการจัดประชุมโต๊ะกลมวันที่ 10 มิ.ย.เพื่อระดมสมองทำกรอบการพัฒนาหลักสูตรและการวัดผล
เลขาธิการกพฐ. กล่าวอีกว่า การพัฒนาหลักสูตรครั้งนี้คงไม่มีการปรับรื้อหลักสูตรอีกเพราะ สพฐ.เพิ่งดำเนินการปรับหลักสูตรและประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ในปีนี้ แต่จะทำจุดเน้นการจัดการเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น ซึ่งจะทำให้การจัดการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียนมีเอกภาพสอดคล้องกันมากขึ้น และสามารถพัฒนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ และจะต้องมีการเชื่อมโยงหลักสูตรและการวัดผลด้วย ตั้งเป้าไว้ว่าภายในเดือนมิ.ย.นี้ คณะกรรมการชุดนี้จะคลอดแผนพัฒนาหลักสูตรที่ชัดเจนออกมา ซึ่งแผนดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาทั้งระบบไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาครู พัฒนาระบบการนิเทศการศึกษา การแนะแนวการศึกษา ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้จัดทำจุดเน้นในการจัดการศึกษาทุกระดับชั้นออกมาเป็นตุ๊กตาเพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมโต๊ะกลมวันที่ 10 มิ.ย.โดยช่วงชั้นที่ 1.จะเน้นให้เด็กอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น ช่วงชั้นที่ 2 เน้นอ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง เพิ่มทักษะการคิด และทักษะชีวิต การรู้จักพึ่งตนเอง ช่วงชั้นที่ 3 เน้นให้มีทักษะชีวิต ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแสงหาความรู้ ทักษะทางไอซีที ภาษาอังกฤษ ภาษาต่างประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน และช่วงชั้นที่ 4 เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง มีทักษะชีวิตที่ดี การพัฒนาทักษะทางไอซีที รู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การเตรียมความพร้อมเพื่อเรียนต่อระดับอุดมศึกษาหรือเพื่อเตรียมพร้อมในการประกอบอาชีพ
รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า จุดเน้นการจัดการศึกษาแต่ละระดับชั้น ควรจะสอดคล้องกับเป้าหมายหรือลักษณะพึงประสงค์ที่ต้องการให้เด็กเป็น ซึ่งในปัจจุบันเรื่องความปรองดองมีความสำคัญมาก และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะสอนให้เด็กรู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างสันติ เพราะฉะนั้น สพฐ.จึงเตรียมเสนอให้การจัดการศึกษาทุกระดับชั้นมีจุดเน้นในการสร้างให้เด็กรู้จักสำนึกในหน้าที่พลเมืองที่ดี โดยแยกออกเป็น 3 ประเด็น คือ การปรองดอง สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาธิปไตย แต่ละระดับชั้นสามารถจัดกิจกรรมหรือการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่เหมาะสมกับวันของเด็กได้ โดยเฉพาะเรื่องการฝึกให้เด็กรู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น การสื่อสารและการคิดวิเคราะห์
ข่าวที่เกี่ยวข้องทนายต่างชาติแม้วชี้ตั้งข้อหาก่อการร้ายไม่ชอบ54ส.ว.ยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ คิดสวนทาง - ดนตรีกับวิกฤติการณ์ความพ่ายแพ้ในเชิงสื่อของเสื้อแดงแชมป์ชั่วร้ายหน้าด้าน
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก : สพฐ.เตรียมนำเรื่อง ปรองดอง ใส่ไว้ในชั้นเรียน ฝึกให้เด็กไทยรู้จักการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น สร้างสันติ ลดความแตกแยก เสนอตั้งกรรมการระดับกระทรวง กำหนดจุดเน้นการจัดการศึกษาในแต่ละช่วงชั้นผนวกเรื่องสำนึกหน้าที่พลเมืองเป็นจุดเน้นทุกระดับชั้น
(25พ.ค.) ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า สพฐ. ได้รับมอบหมายเป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนการปฏิรูปหลักสูตรการเรียนการสอนและการวัดและประเมินผล ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ สพฐ.เตรียมเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงเรียกชื่อ คณะกรรมเพิ่มคุณภาพผู้เรียนตามนโยบายปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ อาทิเช่น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาที่รับผิดชอบการผลิตและพัฒนาครู ทั้งนี้ เมื่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศธ. ลงนามแต่งตั้งกรรมการแล้ว จะมีการจัดประชุมโต๊ะกลมวันที่ 10 มิ.ย.เพื่อระดมสมองทำกรอบการพัฒนาหลักสูตรและการวัดผล
เลขาธิการกพฐ. กล่าวอีกว่า การพัฒนาหลักสูตรครั้งนี้คงไม่มีการปรับรื้อหลักสูตรอีกเพราะ สพฐ.เพิ่งดำเนินการปรับหลักสูตรและประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ในปีนี้ แต่จะทำจุดเน้นการจัดการเรียนการสอนในแต่ละช่วงชั้น ซึ่งจะทำให้การจัดการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียนมีเอกภาพสอดคล้องกันมากขึ้น และสามารถพัฒนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ และจะต้องมีการเชื่อมโยงหลักสูตรและการวัดผลด้วย ตั้งเป้าไว้ว่าภายในเดือนมิ.ย.นี้ คณะกรรมการชุดนี้จะคลอดแผนพัฒนาหลักสูตรที่ชัดเจนออกมา ซึ่งแผนดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาทั้งระบบไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาครู พัฒนาระบบการนิเทศการศึกษา การแนะแนวการศึกษา ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้จัดทำจุดเน้นในการจัดการศึกษาทุกระดับชั้นออกมาเป็นตุ๊กตาเพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมโต๊ะกลมวันที่ 10 มิ.ย.โดยช่วงชั้นที่ 1.จะเน้นให้เด็กอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น ช่วงชั้นที่ 2 เน้นอ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง เพิ่มทักษะการคิด และทักษะชีวิต การรู้จักพึ่งตนเอง ช่วงชั้นที่ 3 เน้นให้มีทักษะชีวิต ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแสงหาความรู้ ทักษะทางไอซีที ภาษาอังกฤษ ภาษาต่างประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน และช่วงชั้นที่ 4 เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง มีทักษะชีวิตที่ดี การพัฒนาทักษะทางไอซีที รู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การเตรียมความพร้อมเพื่อเรียนต่อระดับอุดมศึกษาหรือเพื่อเตรียมพร้อมในการประกอบอาชีพ
รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า จุดเน้นการจัดการศึกษาแต่ละระดับชั้น ควรจะสอดคล้องกับเป้าหมายหรือลักษณะพึงประสงค์ที่ต้องการให้เด็กเป็น ซึ่งในปัจจุบันเรื่องความปรองดองมีความสำคัญมาก และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะสอนให้เด็กรู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างสันติ เพราะฉะนั้น สพฐ.จึงเตรียมเสนอให้การจัดการศึกษาทุกระดับชั้นมีจุดเน้นในการสร้างให้เด็กรู้จักสำนึกในหน้าที่พลเมืองที่ดี โดยแยกออกเป็น 3 ประเด็น คือ การปรองดอง สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาธิปไตย แต่ละระดับชั้นสามารถจัดกิจกรรมหรือการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่เหมาะสมกับวันของเด็กได้ โดยเฉพาะเรื่องการฝึกให้เด็กรู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น การสื่อสารและการคิดวิเคราะห์
ข่าวที่เกี่ยวข้องทนายต่างชาติแม้วชี้ตั้งข้อหาก่อการร้ายไม่ชอบ54ส.ว.ยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ คิดสวนทาง - ดนตรีกับวิกฤติการณ์ความพ่ายแพ้ในเชิงสื่อของเสื้อแดงแชมป์ชั่วร้ายหน้าด้าน
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
สพฐ.ให้รางวัลSAPAสถานศึกษาผลสัมฤทธิ์เรียนดี
สพฐ.ให้รางวัลSAPAสถานศึกษาผลสัมฤทธิ์เรียนดี
คมชัดลึก :สพฐ.ให้รางวัล SAPA แก่สถานศึกษาที่โดดเด่นในการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้แก่ผู้เรียน หวังให้เป็นขวัญกำลังใจแก่สถานศึกษา พร้อมสร้างแรงจูงใจให้มีผลเชื่อมโยงถึงการขึ้นเงินเดือน-ประเมินเลื่อนวิทยฐานะ
(25พ.ค.) ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถึงแนวคิดการให้รางวัลแก่สถานศึกษาที่มีความก้าวหน้าอย่างโดดเด่นในการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก หรือใช่ชื่อเรียกว่า Student Achievement Progress Award ( SAPA ) โดยแบ่งรางวัลเป็น 2 ประเภทได้แก่ 1.รางวัลสำหรับสถานศึกษาที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศแล้ว 2.รางวัลสำหรับสถานศึกษาที่อยู่ในระดับกลาง หรือต่ำกว่ามาตรฐาน โดยการประเมินจะพิจารณาจากความก้างหน้าของคตวามสำเร็จใน 3 ด้าน ดังนี้ ด้านความรู้ คุณลักษณะ และทักษะกระบวนการ
เลขาธิการกพฐ.กล่าวอีกว่า รายละเอียดของการประเมินนั้น ให้สำนักทดสอบทางการศึกษา ของ สพฐ.ไปศึกษาอยู่และทำรายละเอียดมาเสนอ ว่าจะกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกและสร้างแรงจูงใจให้สถานศึกษาเข้าร่วมลักษณะใดบ้าง อย่างไรก็ตาม ในการประเมินนั้นจะต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภายในต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นผลประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) สถาบันทดสอบลทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) สำนักทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น
“ เป้าหมายของการสร้างรางวัล SAPA ขึ้นมา เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจครูและสถานศึกษา และเผยแพร่ผลงานของครูและสถานศึกษาที่มีบทบาทในการพัฒนาการศึกษา และพัฒนาผู้เรียน อย่างไรก็ตาม จะมีแรงจูงใจในรูปอื่น ๆ ด้วย โดยรางวัลนี้จะมีผลต่อการปรับขึ้นเงินเดือนของผู้บริหาร ครูมในสถานศึกษาที่ได้รับรางวัล และอาจเชื่อมโยงไปสู่การประเมินเลื่อนวิทยาฐานะ โดย สพฐ.อาจขอให้ ก.ค.ศ.นำรางวัลนี้มาเป็นผลงานประกอบการพิจารณาเลื่อนวิทยฐานะด้วย “ ดร.ชินภัทร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้องศธ.จัดกิจกรรมให้นร.-นศ.หารายได้ระหว่างเรียนเยียวยาชินวรณ์สั่งทุกองค์กรหลักตั้งทีมแจงงบปี54ชินวรณ์ตรวจความพร้อมร.ร.ก่อนเปิดเทอม"ชินวรณ์"ปล่อยคาราวานส่งหนังสือเรียนฟรี30คันสู่ร.ร.
เปิดฟ้าท้าดาวกับไพ่ยิปซี - เทพประสิทธิ์สังฆภัณฑ์
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก :สพฐ.ให้รางวัล SAPA แก่สถานศึกษาที่โดดเด่นในการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้แก่ผู้เรียน หวังให้เป็นขวัญกำลังใจแก่สถานศึกษา พร้อมสร้างแรงจูงใจให้มีผลเชื่อมโยงถึงการขึ้นเงินเดือน-ประเมินเลื่อนวิทยฐานะ
(25พ.ค.) ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถึงแนวคิดการให้รางวัลแก่สถานศึกษาที่มีความก้าวหน้าอย่างโดดเด่นในการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก หรือใช่ชื่อเรียกว่า Student Achievement Progress Award ( SAPA ) โดยแบ่งรางวัลเป็น 2 ประเภทได้แก่ 1.รางวัลสำหรับสถานศึกษาที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศแล้ว 2.รางวัลสำหรับสถานศึกษาที่อยู่ในระดับกลาง หรือต่ำกว่ามาตรฐาน โดยการประเมินจะพิจารณาจากความก้างหน้าของคตวามสำเร็จใน 3 ด้าน ดังนี้ ด้านความรู้ คุณลักษณะ และทักษะกระบวนการ
เลขาธิการกพฐ.กล่าวอีกว่า รายละเอียดของการประเมินนั้น ให้สำนักทดสอบทางการศึกษา ของ สพฐ.ไปศึกษาอยู่และทำรายละเอียดมาเสนอ ว่าจะกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกและสร้างแรงจูงใจให้สถานศึกษาเข้าร่วมลักษณะใดบ้าง อย่างไรก็ตาม ในการประเมินนั้นจะต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภายในต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นผลประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) สถาบันทดสอบลทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) สำนักทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น
“ เป้าหมายของการสร้างรางวัล SAPA ขึ้นมา เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจครูและสถานศึกษา และเผยแพร่ผลงานของครูและสถานศึกษาที่มีบทบาทในการพัฒนาการศึกษา และพัฒนาผู้เรียน อย่างไรก็ตาม จะมีแรงจูงใจในรูปอื่น ๆ ด้วย โดยรางวัลนี้จะมีผลต่อการปรับขึ้นเงินเดือนของผู้บริหาร ครูมในสถานศึกษาที่ได้รับรางวัล และอาจเชื่อมโยงไปสู่การประเมินเลื่อนวิทยาฐานะ โดย สพฐ.อาจขอให้ ก.ค.ศ.นำรางวัลนี้มาเป็นผลงานประกอบการพิจารณาเลื่อนวิทยฐานะด้วย “ ดร.ชินภัทร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้องศธ.จัดกิจกรรมให้นร.-นศ.หารายได้ระหว่างเรียนเยียวยาชินวรณ์สั่งทุกองค์กรหลักตั้งทีมแจงงบปี54ชินวรณ์ตรวจความพร้อมร.ร.ก่อนเปิดเทอม"ชินวรณ์"ปล่อยคาราวานส่งหนังสือเรียนฟรี30คันสู่ร.ร.
เปิดฟ้าท้าดาวกับไพ่ยิปซี - เทพประสิทธิ์สังฆภัณฑ์
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ลงดาบโฆษณา หมอมวลชน อวดอ้างเกินจริง
ลงดาบโฆษณา หมอมวลชน อวดอ้างเกินจริง
อย.ลงดาบฟันโฆษณา หมอมวลชน ทางสื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท หลังตรวจพบอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่เป็นกลางน่าเชื่อถือว่ามีประโยชน์ ถือเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย...เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ อย. ได้ตรวจสอบโฆษณาของ หมอมวลชน ทางสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะทางหนังสือพิมพ์ ที่แสดงข้อความโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ในทางรักษาโรคนั้น ผลปรากฏว่า โฆษณาในลักษณะดังกล่าวเป็นการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง และ อย. ไม่เคยอนุญาตหรือรับรองว่าผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ มีสรรพคุณหรือคุณประโยชน์ในทางรักษาโรค ในลักษณะที่ผู้จำหน่ายหรือผู้ขายนิยมไปโฆษณาทางสื่อต่างๆ เนื่องจากไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่เป็นกลางน่าเชื่อถือว่ามีประโยชน์ตาม ที่มักอวดอ้างสรรพคุณจึงขอให้ผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อ ถือเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย โดยไม่ได้รับอนุญาตนอกจากนี้ นพ. พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ อย. ได้ตรวจสอบร้านศูนย์บริการผลิตภัณฑ์หมอมวลชน ในห้างเดอะมอลล์บางกะปิพบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ซึ่งฉลากระบุจัดจำหน่ายโดยบริษัท หมอมวลชน 2000 จำกัด รวมทั้งพบเอกสารโฆษณาสรรพคุณผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในลักษณะผิดกฎหมาย ไม่ได้ขออนุญาต และอาจมีลักษณะหลอกลวงผู้บริโภค ดังนั้น อย. จึงได้มีหนังสือสั่งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวในทุกสื่อทันที หากฝ่าฝืนจะถูกระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่น้อยกว่า 500 บาทแต่ไม่เกิน 1,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังพบการ-โฆษณาอยู่แต่หากภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่มีคำสั่งให้ ระงับโฆษณา ยังมีการโฆษณาผิดกฎหมายเช่นนี้ซ้ำ ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย จะถูกดำเนินคดีขั้นสูงสุด นอกจากโทษปรับและจำคุกแล้ว อาจถึงขั้นมิให้มีการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดอีกด้วย เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อด้วยว่า ขอเตือนมายังประชาชนผู้บริโภค หากพบเห็นการแสดงข้อความอวดอ้างคุณประโยชน์ของสรรพคุณอาหารต่างๆ ว่าบรรเทาหรือช่วยรักษาโรคต่างๆ แม้จะมีการแสดงสัญลักษณ์ให้เข้าใจว่ามีแพทย์เป็นเจ้าของ อย่างเช่นกรณีโฆษณาที่มีสัญลักษณ์หมอมวลชนอย่าได้หลงเชื่อ ขอให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อย่าเข้าใจว่ารักษาโรคได้เป็นอันขาด เพราะผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปไม่ใช่ ยา จึงไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค อย่างไรก็ตาม หากพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารและสงสัยว่าเกินจริง ขอให้แจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
อย.ลงดาบฟันโฆษณา หมอมวลชน ทางสื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท หลังตรวจพบอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่เป็นกลางน่าเชื่อถือว่ามีประโยชน์ ถือเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย...เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ อย. ได้ตรวจสอบโฆษณาของ หมอมวลชน ทางสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะทางหนังสือพิมพ์ ที่แสดงข้อความโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ในทางรักษาโรคนั้น ผลปรากฏว่า โฆษณาในลักษณะดังกล่าวเป็นการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง และ อย. ไม่เคยอนุญาตหรือรับรองว่าผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ มีสรรพคุณหรือคุณประโยชน์ในทางรักษาโรค ในลักษณะที่ผู้จำหน่ายหรือผู้ขายนิยมไปโฆษณาทางสื่อต่างๆ เนื่องจากไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยที่เป็นกลางน่าเชื่อถือว่ามีประโยชน์ตาม ที่มักอวดอ้างสรรพคุณจึงขอให้ผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อ ถือเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย โดยไม่ได้รับอนุญาตนอกจากนี้ นพ. พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ อย. ได้ตรวจสอบร้านศูนย์บริการผลิตภัณฑ์หมอมวลชน ในห้างเดอะมอลล์บางกะปิพบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ซึ่งฉลากระบุจัดจำหน่ายโดยบริษัท หมอมวลชน 2000 จำกัด รวมทั้งพบเอกสารโฆษณาสรรพคุณผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในลักษณะผิดกฎหมาย ไม่ได้ขออนุญาต และอาจมีลักษณะหลอกลวงผู้บริโภค ดังนั้น อย. จึงได้มีหนังสือสั่งระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวในทุกสื่อทันที หากฝ่าฝืนจะถูกระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่น้อยกว่า 500 บาทแต่ไม่เกิน 1,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังพบการ-โฆษณาอยู่แต่หากภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่มีคำสั่งให้ ระงับโฆษณา ยังมีการโฆษณาผิดกฎหมายเช่นนี้ซ้ำ ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย จะถูกดำเนินคดีขั้นสูงสุด นอกจากโทษปรับและจำคุกแล้ว อาจถึงขั้นมิให้มีการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดอีกด้วย เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อด้วยว่า ขอเตือนมายังประชาชนผู้บริโภค หากพบเห็นการแสดงข้อความอวดอ้างคุณประโยชน์ของสรรพคุณอาหารต่างๆ ว่าบรรเทาหรือช่วยรักษาโรคต่างๆ แม้จะมีการแสดงสัญลักษณ์ให้เข้าใจว่ามีแพทย์เป็นเจ้าของ อย่างเช่นกรณีโฆษณาที่มีสัญลักษณ์หมอมวลชนอย่าได้หลงเชื่อ ขอให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อย่าเข้าใจว่ารักษาโรคได้เป็นอันขาด เพราะผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปไม่ใช่ ยา จึงไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค อย่างไรก็ตาม หากพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารและสงสัยว่าเกินจริง ขอให้แจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
Sunday, May 23, 2010
งานไทยเฟสติวัลครั้งที่ 11 ที่ญี่ปุ่น
งานไทยเฟสติวัลครั้งที่ 11 ที่ญี่ปุ่น
คมชัดลึก :ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานไทยเฟสติวัล ครั้งที่ 11 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15-16 พฤษภาคมที่ผ่านมา งานนี้จัดขึ้นต่อเนื่องกันมาโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงจัดต่อเนื่องมาถึง 11 ครั้งในปีนี้ และกลายเป็นว่าเป็นงานต่างชาติงานเดียวที่มีผู้คนเข้ามาร่วมมากมายและรอคอยงานนี้มาโดยตลอด
ซึ่งผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่ก็เป็นชาวญี่ปุ่น ประมาณกันว่ามาร่วมงานประมาณ 2 แสนคน ในช่วงเวลาแค่ 2 วัน และสถานที่จัดงานก็เป็นสวนสาธารณะยาโยกิ ซึ่งอยู่กลางกรุงโตเกียว และใกล้ย่านการค้าสำคัญคือย่านชิบูยา รวมทั้งเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ จึงมีผู้คนเบียดเสียดเข้ามาร่วมงานนี้จำนวนมากเหมือนเดินตลาดนัดจตุจักร
ในช่วงที่คนมากๆ สำหรับร้านค้าหลักในงานก็คืออาหาร ซึ่งมีประมาณครึ่งหนึ่ง ทั้งอาหารไทยสำเร็จรูป รวมไปถึงร้านเครื่องปรุง ผักสด และที่สำคัญคือผลไม้สดหลากหลายทั้งทุเรียน มังคุด กล้วย มะม่วงและมะพร้าวอ่อน ซึ่งกลายเป็นที่สนใจของชาวญี่ปุ่นอย่างมาก ร้านอาหารไทยเกือบทุกร้านจะเห็นว่ามีชาวญี่ปุ่นเข้าแถวรอซื้อเป็นแถวยาว โดยที่ราคาก็ค่อนข้างถูกสำหรับชาวญี่ปุ่น อย่างเช่นก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง และอื่นๆ เกือบทุกอย่างขายจานละประมาณ 500 เยนหรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 170 บาท
สำหรับผลไม้อย่างมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่นำเข้าไปขายก็ตกประมาณลูกละ 400-500 เยน ซึ่งก็ขายดีมากเช่นกัน มังคุดก็มีขายโดยแบ่งเป็นถุงประมาณครึ่งกิโลกรัม ราคาก็ประมาณ 500 เยน ด้วยราคาที่จูงใจและถูกกว่าที่ขายกันนอกงาน จึงทำให้ผลไม้เหล่านี้ขายดี รวมไปถึงทุเรียนที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าชาวญี่ปุ่นชอบทดลองชิมและหาซื้อเหมือนกัน บางคนซื้อมะม่วงกันแบบยกกล่องซึ่งหนักหลายกิโลกรัม
แต่ว่าระบบที่ญี่ปุ่นดีมากในเรื่องการอำนวยความสะดวก เพราะว่าจะมีบริษัทรับส่งของถึงหน้าบ้าน หมายความว่าเราเดินเลือกซื้อของได้อย่างสบายใจ แล้วก็นำมาส่งที่เต็นท์ของบริษัทรับส่งของเท่านั้นก็จบเรื่อง แล้วไปรอรับของที่บ้านได้เลย เหตุที่ต้องทำอย่างนี้เพราะว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้รถไฟเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง ถึงแม้จะมีรถอยู่ที่บ้าน แต่หากขับออกมาในงานอย่างนี้ก็ไม่มีที่จอด การมีบริษัทรับส่งของถึงบ้านจึงกลายเป็นธุรกิจสำคัญอย่างหนึ่ง
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงบรรยากาศในงานไทยเฟสติวัล ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นการผลักดันเรื่องอาหารไทยในต่างแดน เพื่อให้เรามีโอกาสขายวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร และส่งเสริมเรื่องร้านอาหารไทยในต่างแดน เนื่องจากอาหารไทยเป็นที่รู้จักและนิยมในหลาย ๆ ชาติ จึงมีโอกาสทางการตลาดค่อนข้างมาก สิ่งที่ได้เห็นจากงานนี้คือความนิยมและสนใจในเรื่องอาหารไทยของชาวญี่ปุ่น ซึ่งออกมาในเชิงบวก รวมทั้งความเชื่อและความเข้าใจของคนญี่ปุ่นว่า ไทยคือครัวของญี่ปุ่น หมายความว่าหากเราจัดการได้ดี โอกาสที่เราจะครองตลาดอาหารของญี่ปุ่น ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินความจริง แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้กลายเป็นว่าความต้องการของตลาดมีสูงมาก แต่ว่าความสามารถในการผลิตของดีที่ได้คุณภาพตามความต้องการของตลาด กลับไม่เพียงพอ
ทุกวันนี้เราคงได้ยินข่าวว่าผลิตผลต่าง ๆ ในประเทศเราล้นตลาด ราคาตกต่ำ แล้วทำไมไม่พยายามส่งออก ทั้ง ๆ ที่มีตลาดรอรับอยู่ คำตอบง่าย ๆ ก็คือของที่เหลือล้นตลาดอยู่นั้น คุณภาพไม่ได้มาตรฐานเพียงพอที่จะส่งออกไปขายต่างประเทศได้ครับ ไว้คราวหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของผลไม้ไทย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าตลาดญี่ปุ่นต้องการมาก แต่ทำไมยังส่งออกได้น้อย คราวหน้ามาดูกันครับ!
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก :ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานไทยเฟสติวัล ครั้งที่ 11 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15-16 พฤษภาคมที่ผ่านมา งานนี้จัดขึ้นต่อเนื่องกันมาโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงจัดต่อเนื่องมาถึง 11 ครั้งในปีนี้ และกลายเป็นว่าเป็นงานต่างชาติงานเดียวที่มีผู้คนเข้ามาร่วมมากมายและรอคอยงานนี้มาโดยตลอด
ซึ่งผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่ก็เป็นชาวญี่ปุ่น ประมาณกันว่ามาร่วมงานประมาณ 2 แสนคน ในช่วงเวลาแค่ 2 วัน และสถานที่จัดงานก็เป็นสวนสาธารณะยาโยกิ ซึ่งอยู่กลางกรุงโตเกียว และใกล้ย่านการค้าสำคัญคือย่านชิบูยา รวมทั้งเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ จึงมีผู้คนเบียดเสียดเข้ามาร่วมงานนี้จำนวนมากเหมือนเดินตลาดนัดจตุจักร
ในช่วงที่คนมากๆ สำหรับร้านค้าหลักในงานก็คืออาหาร ซึ่งมีประมาณครึ่งหนึ่ง ทั้งอาหารไทยสำเร็จรูป รวมไปถึงร้านเครื่องปรุง ผักสด และที่สำคัญคือผลไม้สดหลากหลายทั้งทุเรียน มังคุด กล้วย มะม่วงและมะพร้าวอ่อน ซึ่งกลายเป็นที่สนใจของชาวญี่ปุ่นอย่างมาก ร้านอาหารไทยเกือบทุกร้านจะเห็นว่ามีชาวญี่ปุ่นเข้าแถวรอซื้อเป็นแถวยาว โดยที่ราคาก็ค่อนข้างถูกสำหรับชาวญี่ปุ่น อย่างเช่นก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง และอื่นๆ เกือบทุกอย่างขายจานละประมาณ 500 เยนหรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 170 บาท
สำหรับผลไม้อย่างมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่นำเข้าไปขายก็ตกประมาณลูกละ 400-500 เยน ซึ่งก็ขายดีมากเช่นกัน มังคุดก็มีขายโดยแบ่งเป็นถุงประมาณครึ่งกิโลกรัม ราคาก็ประมาณ 500 เยน ด้วยราคาที่จูงใจและถูกกว่าที่ขายกันนอกงาน จึงทำให้ผลไม้เหล่านี้ขายดี รวมไปถึงทุเรียนที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าชาวญี่ปุ่นชอบทดลองชิมและหาซื้อเหมือนกัน บางคนซื้อมะม่วงกันแบบยกกล่องซึ่งหนักหลายกิโลกรัม
แต่ว่าระบบที่ญี่ปุ่นดีมากในเรื่องการอำนวยความสะดวก เพราะว่าจะมีบริษัทรับส่งของถึงหน้าบ้าน หมายความว่าเราเดินเลือกซื้อของได้อย่างสบายใจ แล้วก็นำมาส่งที่เต็นท์ของบริษัทรับส่งของเท่านั้นก็จบเรื่อง แล้วไปรอรับของที่บ้านได้เลย เหตุที่ต้องทำอย่างนี้เพราะว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้รถไฟเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง ถึงแม้จะมีรถอยู่ที่บ้าน แต่หากขับออกมาในงานอย่างนี้ก็ไม่มีที่จอด การมีบริษัทรับส่งของถึงบ้านจึงกลายเป็นธุรกิจสำคัญอย่างหนึ่ง
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงบรรยากาศในงานไทยเฟสติวัล ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นการผลักดันเรื่องอาหารไทยในต่างแดน เพื่อให้เรามีโอกาสขายวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร และส่งเสริมเรื่องร้านอาหารไทยในต่างแดน เนื่องจากอาหารไทยเป็นที่รู้จักและนิยมในหลาย ๆ ชาติ จึงมีโอกาสทางการตลาดค่อนข้างมาก สิ่งที่ได้เห็นจากงานนี้คือความนิยมและสนใจในเรื่องอาหารไทยของชาวญี่ปุ่น ซึ่งออกมาในเชิงบวก รวมทั้งความเชื่อและความเข้าใจของคนญี่ปุ่นว่า ไทยคือครัวของญี่ปุ่น หมายความว่าหากเราจัดการได้ดี โอกาสที่เราจะครองตลาดอาหารของญี่ปุ่น ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินความจริง แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้กลายเป็นว่าความต้องการของตลาดมีสูงมาก แต่ว่าความสามารถในการผลิตของดีที่ได้คุณภาพตามความต้องการของตลาด กลับไม่เพียงพอ
ทุกวันนี้เราคงได้ยินข่าวว่าผลิตผลต่าง ๆ ในประเทศเราล้นตลาด ราคาตกต่ำ แล้วทำไมไม่พยายามส่งออก ทั้ง ๆ ที่มีตลาดรอรับอยู่ คำตอบง่าย ๆ ก็คือของที่เหลือล้นตลาดอยู่นั้น คุณภาพไม่ได้มาตรฐานเพียงพอที่จะส่งออกไปขายต่างประเทศได้ครับ ไว้คราวหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของผลไม้ไทย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าตลาดญี่ปุ่นต้องการมาก แต่ทำไมยังส่งออกได้น้อย คราวหน้ามาดูกันครับ!
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
งานไทยเฟสติวัลครั้งที่ 11 ที่ญี่ปุ่น
งานไทยเฟสติวัลครั้งที่ 11 ที่ญี่ปุ่น
คมชัดลึก :ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานไทยเฟสติวัล ครั้งที่ 11 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15-16 พฤษภาคมที่ผ่านมา งานนี้จัดขึ้นต่อเนื่องกันมาโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงจัดต่อเนื่องมาถึง 11 ครั้งในปีนี้ และกลายเป็นว่าเป็นงานต่างชาติงานเดียวที่มีผู้คนเข้ามาร่วมมากมายและรอคอยงานนี้มาโดยตลอด
ซึ่งผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่ก็เป็นชาวญี่ปุ่น ประมาณกันว่ามาร่วมงานประมาณ 2 แสนคน ในช่วงเวลาแค่ 2 วัน และสถานที่จัดงานก็เป็นสวนสาธารณะยาโยกิ ซึ่งอยู่กลางกรุงโตเกียว และใกล้ย่านการค้าสำคัญคือย่านชิบูยา รวมทั้งเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ จึงมีผู้คนเบียดเสียดเข้ามาร่วมงานนี้จำนวนมากเหมือนเดินตลาดนัดจตุจักร
ในช่วงที่คนมากๆ สำหรับร้านค้าหลักในงานก็คืออาหาร ซึ่งมีประมาณครึ่งหนึ่ง ทั้งอาหารไทยสำเร็จรูป รวมไปถึงร้านเครื่องปรุง ผักสด และที่สำคัญคือผลไม้สดหลากหลายทั้งทุเรียน มังคุด กล้วย มะม่วงและมะพร้าวอ่อน ซึ่งกลายเป็นที่สนใจของชาวญี่ปุ่นอย่างมาก ร้านอาหารไทยเกือบทุกร้านจะเห็นว่ามีชาวญี่ปุ่นเข้าแถวรอซื้อเป็นแถวยาว โดยที่ราคาก็ค่อนข้างถูกสำหรับชาวญี่ปุ่น อย่างเช่นก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง และอื่นๆ เกือบทุกอย่างขายจานละประมาณ 500 เยนหรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 170 บาท
สำหรับผลไม้อย่างมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่นำเข้าไปขายก็ตกประมาณลูกละ 400-500 เยน ซึ่งก็ขายดีมากเช่นกัน มังคุดก็มีขายโดยแบ่งเป็นถุงประมาณครึ่งกิโลกรัม ราคาก็ประมาณ 500 เยน ด้วยราคาที่จูงใจและถูกกว่าที่ขายกันนอกงาน จึงทำให้ผลไม้เหล่านี้ขายดี รวมไปถึงทุเรียนที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าชาวญี่ปุ่นชอบทดลองชิมและหาซื้อเหมือนกัน บางคนซื้อมะม่วงกันแบบยกกล่องซึ่งหนักหลายกิโลกรัม
แต่ว่าระบบที่ญี่ปุ่นดีมากในเรื่องการอำนวยความสะดวก เพราะว่าจะมีบริษัทรับส่งของถึงหน้าบ้าน หมายความว่าเราเดินเลือกซื้อของได้อย่างสบายใจ แล้วก็นำมาส่งที่เต็นท์ของบริษัทรับส่งของเท่านั้นก็จบเรื่อง แล้วไปรอรับของที่บ้านได้เลย เหตุที่ต้องทำอย่างนี้เพราะว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้รถไฟเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง ถึงแม้จะมีรถอยู่ที่บ้าน แต่หากขับออกมาในงานอย่างนี้ก็ไม่มีที่จอด การมีบริษัทรับส่งของถึงบ้านจึงกลายเป็นธุรกิจสำคัญอย่างหนึ่ง
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงบรรยากาศในงานไทยเฟสติวัล ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นการผลักดันเรื่องอาหารไทยในต่างแดน เพื่อให้เรามีโอกาสขายวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร และส่งเสริมเรื่องร้านอาหารไทยในต่างแดน เนื่องจากอาหารไทยเป็นที่รู้จักและนิยมในหลาย ๆ ชาติ จึงมีโอกาสทางการตลาดค่อนข้างมาก สิ่งที่ได้เห็นจากงานนี้คือความนิยมและสนใจในเรื่องอาหารไทยของชาวญี่ปุ่น ซึ่งออกมาในเชิงบวก รวมทั้งความเชื่อและความเข้าใจของคนญี่ปุ่นว่า ไทยคือครัวของญี่ปุ่น หมายความว่าหากเราจัดการได้ดี โอกาสที่เราจะครองตลาดอาหารของญี่ปุ่น ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินความจริง แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้กลายเป็นว่าความต้องการของตลาดมีสูงมาก แต่ว่าความสามารถในการผลิตของดีที่ได้คุณภาพตามความต้องการของตลาด กลับไม่เพียงพอ
ทุกวันนี้เราคงได้ยินข่าวว่าผลิตผลต่าง ๆ ในประเทศเราล้นตลาด ราคาตกต่ำ แล้วทำไมไม่พยายามส่งออก ทั้ง ๆ ที่มีตลาดรอรับอยู่ คำตอบง่าย ๆ ก็คือของที่เหลือล้นตลาดอยู่นั้น คุณภาพไม่ได้มาตรฐานเพียงพอที่จะส่งออกไปขายต่างประเทศได้ครับ ไว้คราวหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของผลไม้ไทย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าตลาดญี่ปุ่นต้องการมาก แต่ทำไมยังส่งออกได้น้อย คราวหน้ามาดูกันครับ!
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก :ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานไทยเฟสติวัล ครั้งที่ 11 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15-16 พฤษภาคมที่ผ่านมา งานนี้จัดขึ้นต่อเนื่องกันมาโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงจัดต่อเนื่องมาถึง 11 ครั้งในปีนี้ และกลายเป็นว่าเป็นงานต่างชาติงานเดียวที่มีผู้คนเข้ามาร่วมมากมายและรอคอยงานนี้มาโดยตลอด
ซึ่งผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่ก็เป็นชาวญี่ปุ่น ประมาณกันว่ามาร่วมงานประมาณ 2 แสนคน ในช่วงเวลาแค่ 2 วัน และสถานที่จัดงานก็เป็นสวนสาธารณะยาโยกิ ซึ่งอยู่กลางกรุงโตเกียว และใกล้ย่านการค้าสำคัญคือย่านชิบูยา รวมทั้งเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ จึงมีผู้คนเบียดเสียดเข้ามาร่วมงานนี้จำนวนมากเหมือนเดินตลาดนัดจตุจักร
ในช่วงที่คนมากๆ สำหรับร้านค้าหลักในงานก็คืออาหาร ซึ่งมีประมาณครึ่งหนึ่ง ทั้งอาหารไทยสำเร็จรูป รวมไปถึงร้านเครื่องปรุง ผักสด และที่สำคัญคือผลไม้สดหลากหลายทั้งทุเรียน มังคุด กล้วย มะม่วงและมะพร้าวอ่อน ซึ่งกลายเป็นที่สนใจของชาวญี่ปุ่นอย่างมาก ร้านอาหารไทยเกือบทุกร้านจะเห็นว่ามีชาวญี่ปุ่นเข้าแถวรอซื้อเป็นแถวยาว โดยที่ราคาก็ค่อนข้างถูกสำหรับชาวญี่ปุ่น อย่างเช่นก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง และอื่นๆ เกือบทุกอย่างขายจานละประมาณ 500 เยนหรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 170 บาท
สำหรับผลไม้อย่างมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่นำเข้าไปขายก็ตกประมาณลูกละ 400-500 เยน ซึ่งก็ขายดีมากเช่นกัน มังคุดก็มีขายโดยแบ่งเป็นถุงประมาณครึ่งกิโลกรัม ราคาก็ประมาณ 500 เยน ด้วยราคาที่จูงใจและถูกกว่าที่ขายกันนอกงาน จึงทำให้ผลไม้เหล่านี้ขายดี รวมไปถึงทุเรียนที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าชาวญี่ปุ่นชอบทดลองชิมและหาซื้อเหมือนกัน บางคนซื้อมะม่วงกันแบบยกกล่องซึ่งหนักหลายกิโลกรัม
แต่ว่าระบบที่ญี่ปุ่นดีมากในเรื่องการอำนวยความสะดวก เพราะว่าจะมีบริษัทรับส่งของถึงหน้าบ้าน หมายความว่าเราเดินเลือกซื้อของได้อย่างสบายใจ แล้วก็นำมาส่งที่เต็นท์ของบริษัทรับส่งของเท่านั้นก็จบเรื่อง แล้วไปรอรับของที่บ้านได้เลย เหตุที่ต้องทำอย่างนี้เพราะว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้รถไฟเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง ถึงแม้จะมีรถอยู่ที่บ้าน แต่หากขับออกมาในงานอย่างนี้ก็ไม่มีที่จอด การมีบริษัทรับส่งของถึงบ้านจึงกลายเป็นธุรกิจสำคัญอย่างหนึ่ง
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงบรรยากาศในงานไทยเฟสติวัล ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นการผลักดันเรื่องอาหารไทยในต่างแดน เพื่อให้เรามีโอกาสขายวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร และส่งเสริมเรื่องร้านอาหารไทยในต่างแดน เนื่องจากอาหารไทยเป็นที่รู้จักและนิยมในหลาย ๆ ชาติ จึงมีโอกาสทางการตลาดค่อนข้างมาก สิ่งที่ได้เห็นจากงานนี้คือความนิยมและสนใจในเรื่องอาหารไทยของชาวญี่ปุ่น ซึ่งออกมาในเชิงบวก รวมทั้งความเชื่อและความเข้าใจของคนญี่ปุ่นว่า ไทยคือครัวของญี่ปุ่น หมายความว่าหากเราจัดการได้ดี โอกาสที่เราจะครองตลาดอาหารของญี่ปุ่น ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินความจริง แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้กลายเป็นว่าความต้องการของตลาดมีสูงมาก แต่ว่าความสามารถในการผลิตของดีที่ได้คุณภาพตามความต้องการของตลาด กลับไม่เพียงพอ
ทุกวันนี้เราคงได้ยินข่าวว่าผลิตผลต่าง ๆ ในประเทศเราล้นตลาด ราคาตกต่ำ แล้วทำไมไม่พยายามส่งออก ทั้ง ๆ ที่มีตลาดรอรับอยู่ คำตอบง่าย ๆ ก็คือของที่เหลือล้นตลาดอยู่นั้น คุณภาพไม่ได้มาตรฐานเพียงพอที่จะส่งออกไปขายต่างประเทศได้ครับ ไว้คราวหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของผลไม้ไทย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าตลาดญี่ปุ่นต้องการมาก แต่ทำไมยังส่งออกได้น้อย คราวหน้ามาดูกันครับ!
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ใช้กากตะกอนน้ำเสีย-ขี้แป้ง เติมธาตุอาหารลงดินแทนปุ๋ยฯ
ใช้กากตะกอนน้ำเสีย-ขี้แป้ง เติมธาตุอาหารลงดินแทนปุ๋ยฯ
แปลงกล้ายางที่นักวิจัยทำการทดสอบเก็บข้อมูลที่ตำบลไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี.ปัจจุบันยางพาราเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆของประเทศ หากเทียบปริมาณผลผลิตต่อไร่ กลับพบว่าเกษตรกรบ้านเรากรีดน้ำยางได้ปริมาณน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดในด้านต้นทุนที่ใช้ดูแลระหว่างต้นยางชำถุง จนกระทั่งเปิดหน้ายางฉะนี้...รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ศิริรัตน์พิริยะ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณะ ร่วมทำวิจัย การทดแทนปุ๋ยด้วยกากตะกอนน้ำเสียและกากขี้แป้งเพื่อการปลูกยางพารา ขึ้น ในพื้นที่ปลูกยางตำบลไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้รับการสนับสนุน ทุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)รศ.ดร.อรวรรณ เปิดเผยว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เรายังมีผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเกษตรกรใส่ปุ๋ยน้อยกว่าอัตราที่แนะนำ ส่งผลให้ธาตุอาหารในดินไม่เพียงพอต่อความต้องการนำไปใช้เป็นอาหารทำให้การเจริญเติบโตช้า อีกทั้งการกรีดยางจะทำให้เกิดการสูญเสียธาตุอาหารที่ไหลไปกับน้ำยางรองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ศิริรัตน์พิริยะ
และ...เพื่อเป็นการลดต้นทุน เพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกร ทีมวิจัยจึงนำกากตะกอนน้ำเสีย รวมทั้งขี้แป้งมาทำการศึกษาวิเคราะห์ให้ผลว่า กากตะกอนน้ำเสียรวมทั้งขี้แป้งซึ่งเป็นของเหลือทิ้งจากโรงงานที่ผ่านขบวนการบำบัด จะมีธาตุปุ๋ย NPK อินทรียวัตถุที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นพืชได้เท่าเทียมกับปุ๋ยเคมี ดังนั้นการเติมอินทรียวัตถุโดยใช้สิ่งต่างๆเหล่านี้ เสมือนกับว่าเป็นการ นำสิ่งที่ได้จากธรรมชาติกลับ คืนสู่แหล่งที่มาสำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน รศ.ดร.อรวรรณบอกว่า...เริ่มตั้งแต่การปลูกต้นกล้ายาง (ต้นตอตา) และการปลูกต้นยางชำถุง โดยเตรียมกากตะกอนน้ำทิ้ง กากขี้แป้ง ในคราวเดียวกัน จากนั้นเตรียมแปลงเพาะกล้ายางโดยใช้รถแทรกเตอร์พลิกดิน 2 ครั้ง ไถพรวน 2 ครั้ง ทำแปลงทดลองขนาด 2x5 เมตร กำหนดแนวปลูกด้วยระยะ 1 เมตร สำหรับปลูกเมล็ดงอก (germinated seed) ระยะห่าง 20 เซนติเมตร....ในขั้นตอนนี้จะมีแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ แปลงที่เกษตรกรปลูกโดยใส่ปุ๋ยบำรุงรูปแบบเดิม และ แปลงที่ใส่กากตะกอนและขี้แป้ง ซึ่งผ่านขบวนการทำแห้งป้องกันการเกิดราและยังทำให้ส่วนผสมที่ทีมวิจัยคิดค้นสูตรมีความคงที่เหมาะสม จากนั้นบำรุงดูแลรักษาตลอดระยะเวลา 6 เดือน โดยรดน้ำเช้าเย็นให้ดินชุ่ม กำจัดวัชพืช พร้อมวัดการเจริญเติบโตของกล้ายางทุกเดือน ควบคู่กับการเก็บตัวอย่างดินก่อนและหลังการเติมสิ่งทดลองจนกระทั่งกล้ายางอายุ 6 เดือน พร้อมที่จะติดตาเขียวต้นกล้ายางแล้วจึงเตรียมถุงเพาะชำ โดยใช้ต้นตอซึ่งติดตาเขียวพันธุ์ RRIM 600 ไปปลูกในถุงเพาะชำ โดยแบ่งเปรียบเทียบคือ แปลงที่ 1 การดูแลบำรุงรักษาจะไปตามรูปแบบเดิมอย่างที่เกษตรกรเคยทำกันมา แปลงที่ 2 ใส่ดิน 3 ส่วน/กากตะกอน 1 ส่วน แปลงที่ 3 ใส่ดิน 3 ส่วน/ใส่กากขี้แป้ง 1 ส่วน แปลงที่ 4 ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอน และกากขี้แป้ง อย่างละเท่ากันรวม 1 ส่วน แปลงที่ 5 ใส่ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอนมากกว่ากากขี้แป้งลงดินรวม 1 ส่วน และ แปลงที่ 6 ใส่ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอนน้อยกว่ากากขี้แป้งลงดินรวม 1 ส่วนดูแลบำรุงรักษารดน้ำ กำจัดวัชพืชตลอดระยะเวลา 90 วัน เมื่อต้นยางชำถุงอายุ 90 วัน เป็นระยะที่เหมาะสำหรับย้ายต้นยางชำลงหลุมปลูก วัดความสูง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง วัดรัศมีเรือนยอด และเก็บตัวอย่างดิน ซึ่งการวิจัยให้ผลว่า กากตะกอนน้ำเสียและกากขี้แป้งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปลูกและการเติบโต รวมทั้งมีศักยภาพทดแทนปุ๋ย สำหรับการปลูกยางพาราตั้งแต่ระยะต้นกล้ายางจนถึงยางชำถุงและสูตรที่มีความเหมาะสมมากคือสูตรที่ใช้ใส่ในแปลงต้นตอติดตาที่ 5การวิจัยนี้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร ที่สามารถลดต้นทุนอีกทั้งเป็นการวิจัยต้นแบบที่มุ่งการเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุและแหล่งธาตุอาหารก่อนเวลาเปิดหน้ายางและเพื่อให้ได้ผลที่แน่ชัดในพื้นที่อื่น ทีมวิจัยแนะนำว่า ก่อนเกษตรกรจะนำไปใช้ควรมีการ วิเคราะห์โครงสร้างดินจากแหล่งที่ปลูก กากตะกอนน้ำทิ้งจากแหล่งที่มาด้วยเช่นกัน.เพ็ญพิชญา เตียว
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
แปลงกล้ายางที่นักวิจัยทำการทดสอบเก็บข้อมูลที่ตำบลไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี.ปัจจุบันยางพาราเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆของประเทศ หากเทียบปริมาณผลผลิตต่อไร่ กลับพบว่าเกษตรกรบ้านเรากรีดน้ำยางได้ปริมาณน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดในด้านต้นทุนที่ใช้ดูแลระหว่างต้นยางชำถุง จนกระทั่งเปิดหน้ายางฉะนี้...รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ศิริรัตน์พิริยะ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณะ ร่วมทำวิจัย การทดแทนปุ๋ยด้วยกากตะกอนน้ำเสียและกากขี้แป้งเพื่อการปลูกยางพารา ขึ้น ในพื้นที่ปลูกยางตำบลไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้รับการสนับสนุน ทุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)รศ.ดร.อรวรรณ เปิดเผยว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เรายังมีผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเกษตรกรใส่ปุ๋ยน้อยกว่าอัตราที่แนะนำ ส่งผลให้ธาตุอาหารในดินไม่เพียงพอต่อความต้องการนำไปใช้เป็นอาหารทำให้การเจริญเติบโตช้า อีกทั้งการกรีดยางจะทำให้เกิดการสูญเสียธาตุอาหารที่ไหลไปกับน้ำยางรองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ศิริรัตน์พิริยะ
และ...เพื่อเป็นการลดต้นทุน เพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกร ทีมวิจัยจึงนำกากตะกอนน้ำเสีย รวมทั้งขี้แป้งมาทำการศึกษาวิเคราะห์ให้ผลว่า กากตะกอนน้ำเสียรวมทั้งขี้แป้งซึ่งเป็นของเหลือทิ้งจากโรงงานที่ผ่านขบวนการบำบัด จะมีธาตุปุ๋ย NPK อินทรียวัตถุที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นพืชได้เท่าเทียมกับปุ๋ยเคมี ดังนั้นการเติมอินทรียวัตถุโดยใช้สิ่งต่างๆเหล่านี้ เสมือนกับว่าเป็นการ นำสิ่งที่ได้จากธรรมชาติกลับ คืนสู่แหล่งที่มาสำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน รศ.ดร.อรวรรณบอกว่า...เริ่มตั้งแต่การปลูกต้นกล้ายาง (ต้นตอตา) และการปลูกต้นยางชำถุง โดยเตรียมกากตะกอนน้ำทิ้ง กากขี้แป้ง ในคราวเดียวกัน จากนั้นเตรียมแปลงเพาะกล้ายางโดยใช้รถแทรกเตอร์พลิกดิน 2 ครั้ง ไถพรวน 2 ครั้ง ทำแปลงทดลองขนาด 2x5 เมตร กำหนดแนวปลูกด้วยระยะ 1 เมตร สำหรับปลูกเมล็ดงอก (germinated seed) ระยะห่าง 20 เซนติเมตร....ในขั้นตอนนี้จะมีแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ แปลงที่เกษตรกรปลูกโดยใส่ปุ๋ยบำรุงรูปแบบเดิม และ แปลงที่ใส่กากตะกอนและขี้แป้ง ซึ่งผ่านขบวนการทำแห้งป้องกันการเกิดราและยังทำให้ส่วนผสมที่ทีมวิจัยคิดค้นสูตรมีความคงที่เหมาะสม จากนั้นบำรุงดูแลรักษาตลอดระยะเวลา 6 เดือน โดยรดน้ำเช้าเย็นให้ดินชุ่ม กำจัดวัชพืช พร้อมวัดการเจริญเติบโตของกล้ายางทุกเดือน ควบคู่กับการเก็บตัวอย่างดินก่อนและหลังการเติมสิ่งทดลองจนกระทั่งกล้ายางอายุ 6 เดือน พร้อมที่จะติดตาเขียวต้นกล้ายางแล้วจึงเตรียมถุงเพาะชำ โดยใช้ต้นตอซึ่งติดตาเขียวพันธุ์ RRIM 600 ไปปลูกในถุงเพาะชำ โดยแบ่งเปรียบเทียบคือ แปลงที่ 1 การดูแลบำรุงรักษาจะไปตามรูปแบบเดิมอย่างที่เกษตรกรเคยทำกันมา แปลงที่ 2 ใส่ดิน 3 ส่วน/กากตะกอน 1 ส่วน แปลงที่ 3 ใส่ดิน 3 ส่วน/ใส่กากขี้แป้ง 1 ส่วน แปลงที่ 4 ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอน และกากขี้แป้ง อย่างละเท่ากันรวม 1 ส่วน แปลงที่ 5 ใส่ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอนมากกว่ากากขี้แป้งลงดินรวม 1 ส่วน และ แปลงที่ 6 ใส่ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอนน้อยกว่ากากขี้แป้งลงดินรวม 1 ส่วนดูแลบำรุงรักษารดน้ำ กำจัดวัชพืชตลอดระยะเวลา 90 วัน เมื่อต้นยางชำถุงอายุ 90 วัน เป็นระยะที่เหมาะสำหรับย้ายต้นยางชำลงหลุมปลูก วัดความสูง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง วัดรัศมีเรือนยอด และเก็บตัวอย่างดิน ซึ่งการวิจัยให้ผลว่า กากตะกอนน้ำเสียและกากขี้แป้งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปลูกและการเติบโต รวมทั้งมีศักยภาพทดแทนปุ๋ย สำหรับการปลูกยางพาราตั้งแต่ระยะต้นกล้ายางจนถึงยางชำถุงและสูตรที่มีความเหมาะสมมากคือสูตรที่ใช้ใส่ในแปลงต้นตอติดตาที่ 5การวิจัยนี้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร ที่สามารถลดต้นทุนอีกทั้งเป็นการวิจัยต้นแบบที่มุ่งการเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุและแหล่งธาตุอาหารก่อนเวลาเปิดหน้ายางและเพื่อให้ได้ผลที่แน่ชัดในพื้นที่อื่น ทีมวิจัยแนะนำว่า ก่อนเกษตรกรจะนำไปใช้ควรมีการ วิเคราะห์โครงสร้างดินจากแหล่งที่ปลูก กากตะกอนน้ำทิ้งจากแหล่งที่มาด้วยเช่นกัน.เพ็ญพิชญา เตียว
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ใช้กากตะกอนน้ำเสีย-ขี้แป้ง เติมธาตุอาหารลงดินแทนปุ๋ยฯ
ใช้กากตะกอนน้ำเสีย-ขี้แป้ง เติมธาตุอาหารลงดินแทนปุ๋ยฯ
แปลงกล้ายางที่นักวิจัยทำการทดสอบเก็บข้อมูลที่ตำบลไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี.ปัจจุบันยางพาราเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆของประเทศ หากเทียบปริมาณผลผลิตต่อไร่ กลับพบว่าเกษตรกรบ้านเรากรีดน้ำยางได้ปริมาณน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดในด้านต้นทุนที่ใช้ดูแลระหว่างต้นยางชำถุง จนกระทั่งเปิดหน้ายางฉะนี้...รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ศิริรัตน์พิริยะ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณะ ร่วมทำวิจัย การทดแทนปุ๋ยด้วยกากตะกอนน้ำเสียและกากขี้แป้งเพื่อการปลูกยางพารา ขึ้น ในพื้นที่ปลูกยางตำบลไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้รับการสนับสนุน ทุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)รศ.ดร.อรวรรณ เปิดเผยว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เรายังมีผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเกษตรกรใส่ปุ๋ยน้อยกว่าอัตราที่แนะนำ ส่งผลให้ธาตุอาหารในดินไม่เพียงพอต่อความต้องการนำไปใช้เป็นอาหารทำให้การเจริญเติบโตช้า อีกทั้งการกรีดยางจะทำให้เกิดการสูญเสียธาตุอาหารที่ไหลไปกับน้ำยางรองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ศิริรัตน์พิริยะ
และ...เพื่อเป็นการลดต้นทุน เพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกร ทีมวิจัยจึงนำกากตะกอนน้ำเสีย รวมทั้งขี้แป้งมาทำการศึกษาวิเคราะห์ให้ผลว่า กากตะกอนน้ำเสียรวมทั้งขี้แป้งซึ่งเป็นของเหลือทิ้งจากโรงงานที่ผ่านขบวนการบำบัด จะมีธาตุปุ๋ย NPK อินทรียวัตถุที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นพืชได้เท่าเทียมกับปุ๋ยเคมี ดังนั้นการเติมอินทรียวัตถุโดยใช้สิ่งต่างๆเหล่านี้ เสมือนกับว่าเป็นการ นำสิ่งที่ได้จากธรรมชาติกลับ คืนสู่แหล่งที่มาสำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน รศ.ดร.อรวรรณบอกว่า...เริ่มตั้งแต่การปลูกต้นกล้ายาง (ต้นตอตา) และการปลูกต้นยางชำถุง โดยเตรียมกากตะกอนน้ำทิ้ง กากขี้แป้ง ในคราวเดียวกัน จากนั้นเตรียมแปลงเพาะกล้ายางโดยใช้รถแทรกเตอร์พลิกดิน 2 ครั้ง ไถพรวน 2 ครั้ง ทำแปลงทดลองขนาด 2x5 เมตร กำหนดแนวปลูกด้วยระยะ 1 เมตร สำหรับปลูกเมล็ดงอก (germinated seed) ระยะห่าง 20 เซนติเมตร....ในขั้นตอนนี้จะมีแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ แปลงที่เกษตรกรปลูกโดยใส่ปุ๋ยบำรุงรูปแบบเดิม และ แปลงที่ใส่กากตะกอนและขี้แป้ง ซึ่งผ่านขบวนการทำแห้งป้องกันการเกิดราและยังทำให้ส่วนผสมที่ทีมวิจัยคิดค้นสูตรมีความคงที่เหมาะสม จากนั้นบำรุงดูแลรักษาตลอดระยะเวลา 6 เดือน โดยรดน้ำเช้าเย็นให้ดินชุ่ม กำจัดวัชพืช พร้อมวัดการเจริญเติบโตของกล้ายางทุกเดือน ควบคู่กับการเก็บตัวอย่างดินก่อนและหลังการเติมสิ่งทดลองจนกระทั่งกล้ายางอายุ 6 เดือน พร้อมที่จะติดตาเขียวต้นกล้ายางแล้วจึงเตรียมถุงเพาะชำ โดยใช้ต้นตอซึ่งติดตาเขียวพันธุ์ RRIM 600 ไปปลูกในถุงเพาะชำ โดยแบ่งเปรียบเทียบคือ แปลงที่ 1 การดูแลบำรุงรักษาจะไปตามรูปแบบเดิมอย่างที่เกษตรกรเคยทำกันมา แปลงที่ 2 ใส่ดิน 3 ส่วน/กากตะกอน 1 ส่วน แปลงที่ 3 ใส่ดิน 3 ส่วน/ใส่กากขี้แป้ง 1 ส่วน แปลงที่ 4 ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอน และกากขี้แป้ง อย่างละเท่ากันรวม 1 ส่วน แปลงที่ 5 ใส่ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอนมากกว่ากากขี้แป้งลงดินรวม 1 ส่วน และ แปลงที่ 6 ใส่ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอนน้อยกว่ากากขี้แป้งลงดินรวม 1 ส่วนดูแลบำรุงรักษารดน้ำ กำจัดวัชพืชตลอดระยะเวลา 90 วัน เมื่อต้นยางชำถุงอายุ 90 วัน เป็นระยะที่เหมาะสำหรับย้ายต้นยางชำลงหลุมปลูก วัดความสูง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง วัดรัศมีเรือนยอด และเก็บตัวอย่างดิน ซึ่งการวิจัยให้ผลว่า กากตะกอนน้ำเสียและกากขี้แป้งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปลูกและการเติบโต รวมทั้งมีศักยภาพทดแทนปุ๋ย สำหรับการปลูกยางพาราตั้งแต่ระยะต้นกล้ายางจนถึงยางชำถุงและสูตรที่มีความเหมาะสมมากคือสูตรที่ใช้ใส่ในแปลงต้นตอติดตาที่ 5การวิจัยนี้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร ที่สามารถลดต้นทุนอีกทั้งเป็นการวิจัยต้นแบบที่มุ่งการเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุและแหล่งธาตุอาหารก่อนเวลาเปิดหน้ายางและเพื่อให้ได้ผลที่แน่ชัดในพื้นที่อื่น ทีมวิจัยแนะนำว่า ก่อนเกษตรกรจะนำไปใช้ควรมีการ วิเคราะห์โครงสร้างดินจากแหล่งที่ปลูก กากตะกอนน้ำทิ้งจากแหล่งที่มาด้วยเช่นกัน.เพ็ญพิชญา เตียว
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
แปลงกล้ายางที่นักวิจัยทำการทดสอบเก็บข้อมูลที่ตำบลไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี.ปัจจุบันยางพาราเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆของประเทศ หากเทียบปริมาณผลผลิตต่อไร่ กลับพบว่าเกษตรกรบ้านเรากรีดน้ำยางได้ปริมาณน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดในด้านต้นทุนที่ใช้ดูแลระหว่างต้นยางชำถุง จนกระทั่งเปิดหน้ายางฉะนี้...รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ศิริรัตน์พิริยะ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณะ ร่วมทำวิจัย การทดแทนปุ๋ยด้วยกากตะกอนน้ำเสียและกากขี้แป้งเพื่อการปลูกยางพารา ขึ้น ในพื้นที่ปลูกยางตำบลไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้รับการสนับสนุน ทุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)รศ.ดร.อรวรรณ เปิดเผยว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เรายังมีผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเกษตรกรใส่ปุ๋ยน้อยกว่าอัตราที่แนะนำ ส่งผลให้ธาตุอาหารในดินไม่เพียงพอต่อความต้องการนำไปใช้เป็นอาหารทำให้การเจริญเติบโตช้า อีกทั้งการกรีดยางจะทำให้เกิดการสูญเสียธาตุอาหารที่ไหลไปกับน้ำยางรองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ศิริรัตน์พิริยะ
และ...เพื่อเป็นการลดต้นทุน เพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกร ทีมวิจัยจึงนำกากตะกอนน้ำเสีย รวมทั้งขี้แป้งมาทำการศึกษาวิเคราะห์ให้ผลว่า กากตะกอนน้ำเสียรวมทั้งขี้แป้งซึ่งเป็นของเหลือทิ้งจากโรงงานที่ผ่านขบวนการบำบัด จะมีธาตุปุ๋ย NPK อินทรียวัตถุที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นพืชได้เท่าเทียมกับปุ๋ยเคมี ดังนั้นการเติมอินทรียวัตถุโดยใช้สิ่งต่างๆเหล่านี้ เสมือนกับว่าเป็นการ นำสิ่งที่ได้จากธรรมชาติกลับ คืนสู่แหล่งที่มาสำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน รศ.ดร.อรวรรณบอกว่า...เริ่มตั้งแต่การปลูกต้นกล้ายาง (ต้นตอตา) และการปลูกต้นยางชำถุง โดยเตรียมกากตะกอนน้ำทิ้ง กากขี้แป้ง ในคราวเดียวกัน จากนั้นเตรียมแปลงเพาะกล้ายางโดยใช้รถแทรกเตอร์พลิกดิน 2 ครั้ง ไถพรวน 2 ครั้ง ทำแปลงทดลองขนาด 2x5 เมตร กำหนดแนวปลูกด้วยระยะ 1 เมตร สำหรับปลูกเมล็ดงอก (germinated seed) ระยะห่าง 20 เซนติเมตร....ในขั้นตอนนี้จะมีแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ แปลงที่เกษตรกรปลูกโดยใส่ปุ๋ยบำรุงรูปแบบเดิม และ แปลงที่ใส่กากตะกอนและขี้แป้ง ซึ่งผ่านขบวนการทำแห้งป้องกันการเกิดราและยังทำให้ส่วนผสมที่ทีมวิจัยคิดค้นสูตรมีความคงที่เหมาะสม จากนั้นบำรุงดูแลรักษาตลอดระยะเวลา 6 เดือน โดยรดน้ำเช้าเย็นให้ดินชุ่ม กำจัดวัชพืช พร้อมวัดการเจริญเติบโตของกล้ายางทุกเดือน ควบคู่กับการเก็บตัวอย่างดินก่อนและหลังการเติมสิ่งทดลองจนกระทั่งกล้ายางอายุ 6 เดือน พร้อมที่จะติดตาเขียวต้นกล้ายางแล้วจึงเตรียมถุงเพาะชำ โดยใช้ต้นตอซึ่งติดตาเขียวพันธุ์ RRIM 600 ไปปลูกในถุงเพาะชำ โดยแบ่งเปรียบเทียบคือ แปลงที่ 1 การดูแลบำรุงรักษาจะไปตามรูปแบบเดิมอย่างที่เกษตรกรเคยทำกันมา แปลงที่ 2 ใส่ดิน 3 ส่วน/กากตะกอน 1 ส่วน แปลงที่ 3 ใส่ดิน 3 ส่วน/ใส่กากขี้แป้ง 1 ส่วน แปลงที่ 4 ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอน และกากขี้แป้ง อย่างละเท่ากันรวม 1 ส่วน แปลงที่ 5 ใส่ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอนมากกว่ากากขี้แป้งลงดินรวม 1 ส่วน และ แปลงที่ 6 ใส่ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอนน้อยกว่ากากขี้แป้งลงดินรวม 1 ส่วนดูแลบำรุงรักษารดน้ำ กำจัดวัชพืชตลอดระยะเวลา 90 วัน เมื่อต้นยางชำถุงอายุ 90 วัน เป็นระยะที่เหมาะสำหรับย้ายต้นยางชำลงหลุมปลูก วัดความสูง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง วัดรัศมีเรือนยอด และเก็บตัวอย่างดิน ซึ่งการวิจัยให้ผลว่า กากตะกอนน้ำเสียและกากขี้แป้งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปลูกและการเติบโต รวมทั้งมีศักยภาพทดแทนปุ๋ย สำหรับการปลูกยางพาราตั้งแต่ระยะต้นกล้ายางจนถึงยางชำถุงและสูตรที่มีความเหมาะสมมากคือสูตรที่ใช้ใส่ในแปลงต้นตอติดตาที่ 5การวิจัยนี้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร ที่สามารถลดต้นทุนอีกทั้งเป็นการวิจัยต้นแบบที่มุ่งการเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุและแหล่งธาตุอาหารก่อนเวลาเปิดหน้ายางและเพื่อให้ได้ผลที่แน่ชัดในพื้นที่อื่น ทีมวิจัยแนะนำว่า ก่อนเกษตรกรจะนำไปใช้ควรมีการ วิเคราะห์โครงสร้างดินจากแหล่งที่ปลูก กากตะกอนน้ำทิ้งจากแหล่งที่มาด้วยเช่นกัน.เพ็ญพิชญา เตียว
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ขู่ตัดสิทธิ์แอดมิชชั่น ม.5 สอบ GAT-PAT
ขู่ตัดสิทธิ์แอดมิชชั่น ม.5 สอบ GAT-PAT
เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าถ้าเด็กนำคะแนนดังกล่าวมาใช้เด็กจะเสียสิทธิในการพิจารณาแอดมิชชั่นกลาง โดยจะนำเรื่องเข้าหารือใน ทปอ.เพื่อตัดสินใจ... ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า จากการรับสมัครแบบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT และแบบวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT ครั้งที่ 2/2553 ตั้งแต่วันที่ 1-25 พ.ค.นั้น ขณะนี้มีนักเรียนสมัครและชำระเงินแล้วประมาณ 80,000 คน ส่วนนักเรียนที่สมัครแต่ยังไม่ชำระเงินประมาณ 200,000 คน ในจำนวนนี้มีนักเรียน ม.5 ที่มาสมัครและชำระเงินแล้วจำนวน 1,870 คน และสมัครแล้วแต่ยังไม่ชำระเงินอีกประมาณ 14,000 คน ซึ่งขอย้ำว่านักเรียน ม.5 ไม่ควรสมัครสอบ GAT/PAT เพราะที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติให้นักเรียน ม.6 เท่านั้น กรณีนักเรียน ม.5 ที่สมัครสอบและอาจจะนำผลสอบไปใช้แอดมิชชั่นในปีการศึกษา 2555 นั้น ได้หารือกับ รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ประธานคณะทำงานศึกษาระบบคัดเลือกบุคคลเข้าสถาบันอุดมศึกษา ในระบบแอดมิชชั่นแล้ว เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าถ้าเด็กนำคะแนนดังกล่าวมาใช้เด็กจะเสียสิทธิในการพิจารณาแอดมิชชั่นกลาง โดยจะนำเรื่องเข้าหารือใน ทปอ.เพื่อตัดสินใจ.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าถ้าเด็กนำคะแนนดังกล่าวมาใช้เด็กจะเสียสิทธิในการพิจารณาแอดมิชชั่นกลาง โดยจะนำเรื่องเข้าหารือใน ทปอ.เพื่อตัดสินใจ... ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า จากการรับสมัครแบบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT และแบบวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT ครั้งที่ 2/2553 ตั้งแต่วันที่ 1-25 พ.ค.นั้น ขณะนี้มีนักเรียนสมัครและชำระเงินแล้วประมาณ 80,000 คน ส่วนนักเรียนที่สมัครแต่ยังไม่ชำระเงินประมาณ 200,000 คน ในจำนวนนี้มีนักเรียน ม.5 ที่มาสมัครและชำระเงินแล้วจำนวน 1,870 คน และสมัครแล้วแต่ยังไม่ชำระเงินอีกประมาณ 14,000 คน ซึ่งขอย้ำว่านักเรียน ม.5 ไม่ควรสมัครสอบ GAT/PAT เพราะที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติให้นักเรียน ม.6 เท่านั้น กรณีนักเรียน ม.5 ที่สมัครสอบและอาจจะนำผลสอบไปใช้แอดมิชชั่นในปีการศึกษา 2555 นั้น ได้หารือกับ รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ประธานคณะทำงานศึกษาระบบคัดเลือกบุคคลเข้าสถาบันอุดมศึกษา ในระบบแอดมิชชั่นแล้ว เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าถ้าเด็กนำคะแนนดังกล่าวมาใช้เด็กจะเสียสิทธิในการพิจารณาแอดมิชชั่นกลาง โดยจะนำเรื่องเข้าหารือใน ทปอ.เพื่อตัดสินใจ.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ขู่ตัดสิทธิ์แอดมิชชั่น ม.5 สอบ GAT-PAT
ขู่ตัดสิทธิ์แอดมิชชั่น ม.5 สอบ GAT-PAT
เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าถ้าเด็กนำคะแนนดังกล่าวมาใช้เด็กจะเสียสิทธิในการพิจารณาแอดมิชชั่นกลาง โดยจะนำเรื่องเข้าหารือใน ทปอ.เพื่อตัดสินใจ... ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า จากการรับสมัครแบบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT และแบบวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT ครั้งที่ 2/2553 ตั้งแต่วันที่ 1-25 พ.ค.นั้น ขณะนี้มีนักเรียนสมัครและชำระเงินแล้วประมาณ 80,000 คน ส่วนนักเรียนที่สมัครแต่ยังไม่ชำระเงินประมาณ 200,000 คน ในจำนวนนี้มีนักเรียน ม.5 ที่มาสมัครและชำระเงินแล้วจำนวน 1,870 คน และสมัครแล้วแต่ยังไม่ชำระเงินอีกประมาณ 14,000 คน ซึ่งขอย้ำว่านักเรียน ม.5 ไม่ควรสมัครสอบ GAT/PAT เพราะที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติให้นักเรียน ม.6 เท่านั้น กรณีนักเรียน ม.5 ที่สมัครสอบและอาจจะนำผลสอบไปใช้แอดมิชชั่นในปีการศึกษา 2555 นั้น ได้หารือกับ รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ประธานคณะทำงานศึกษาระบบคัดเลือกบุคคลเข้าสถาบันอุดมศึกษา ในระบบแอดมิชชั่นแล้ว เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าถ้าเด็กนำคะแนนดังกล่าวมาใช้เด็กจะเสียสิทธิในการพิจารณาแอดมิชชั่นกลาง โดยจะนำเรื่องเข้าหารือใน ทปอ.เพื่อตัดสินใจ.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าถ้าเด็กนำคะแนนดังกล่าวมาใช้เด็กจะเสียสิทธิในการพิจารณาแอดมิชชั่นกลาง โดยจะนำเรื่องเข้าหารือใน ทปอ.เพื่อตัดสินใจ... ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า จากการรับสมัครแบบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT และแบบวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT ครั้งที่ 2/2553 ตั้งแต่วันที่ 1-25 พ.ค.นั้น ขณะนี้มีนักเรียนสมัครและชำระเงินแล้วประมาณ 80,000 คน ส่วนนักเรียนที่สมัครแต่ยังไม่ชำระเงินประมาณ 200,000 คน ในจำนวนนี้มีนักเรียน ม.5 ที่มาสมัครและชำระเงินแล้วจำนวน 1,870 คน และสมัครแล้วแต่ยังไม่ชำระเงินอีกประมาณ 14,000 คน ซึ่งขอย้ำว่านักเรียน ม.5 ไม่ควรสมัครสอบ GAT/PAT เพราะที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติให้นักเรียน ม.6 เท่านั้น กรณีนักเรียน ม.5 ที่สมัครสอบและอาจจะนำผลสอบไปใช้แอดมิชชั่นในปีการศึกษา 2555 นั้น ได้หารือกับ รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ประธานคณะทำงานศึกษาระบบคัดเลือกบุคคลเข้าสถาบันอุดมศึกษา ในระบบแอดมิชชั่นแล้ว เบื้องต้นเห็นตรงกันว่าถ้าเด็กนำคะแนนดังกล่าวมาใช้เด็กจะเสียสิทธิในการพิจารณาแอดมิชชั่นกลาง โดยจะนำเรื่องเข้าหารือใน ทปอ.เพื่อตัดสินใจ.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
แฉหลายกระทรวงเล็งฉกงบฯเอสพี 2 อาชีวะ
แฉหลายกระทรวงเล็งฉกงบฯเอสพี 2 อาชีวะ
น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์จนถึงขณะนี้ มีหนังสือร้องเรียนจากบริษัทที่ประมูลได้ตามสเปกเก่ากว่า 10 ราย โดยระบุวิทยาลัยยกเลิกสเปกโดยไม่ทำตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง.... น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อครุภัณฑ์โครงการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือเอสพี 2 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ มอบอำนาจให้ตนในฐานะกำกับดูแล สอศ.เป็นผู้แต่งตั้ง แต่เนื่องจากติดวันหยุดราชการจึงยังไม่สามารถตั้งได้ ทั้งนี้ตั้งใจว่าต้องมีตัวแทนกรมบัญชีกลางร่วมเป็นกรรมการด้วย ส่วนจะชะลอการจัดซื้อระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น คงต้องดูว่าเป็นอำนาจที่ตนสามารถสั่งการได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ มีหนังสือร้องเรียนจากบริษัทที่ประมูลได้ตามสเปกเก่ากว่า 10 รายมาถึงตน โดยระบุว่าวิทยาลัยยกเลิกสเปกโดยไม่ทำตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง ซึ่งตนได้บอกให้ไปพึ่งศาลปกครอง เพราะคงไม่สามารถนำเรื่องนี้มาเป็นเหตุสั่งระงับได้ ส่วนจะแล้วเสร็จทันตามกรอบเวลาวันที่ 31 พ.ค.หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบแต่คิดว่าคงไม่ขยายเวลาแล้ว สำหรับงบฯที่ตกไป 1,300 ล้านบาท ตอนนี้กระทรวงต่างๆ รอจะขอใช้ เงินก้อนนี้อยู่ ด้านนายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า การจัดซื้อจัดจ้างทั้งสเปกเก่าและใหม่ ดำเนินการไปแล้วกว่า 80% เชื่อว่าจะทันตามกรอบระยะเวลาทุกรายการ ส่วนผลสอบ สตง.ได้มีการชี้แจงแล้ว กรรมการกำหนดสเปกก็มายืนยันแล้วว่าได้ลงนามจริงทุกคน ส่วนการกล่าวหาว่ามีการแอบอ้างชื่อบริษัทนั้น เรื่องนี้สามารถโหลดจากเว็บไซต์ และนำชื่อมาอ้างอิงได้.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์จนถึงขณะนี้ มีหนังสือร้องเรียนจากบริษัทที่ประมูลได้ตามสเปกเก่ากว่า 10 ราย โดยระบุวิทยาลัยยกเลิกสเปกโดยไม่ทำตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง.... น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อครุภัณฑ์โครงการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือเอสพี 2 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ มอบอำนาจให้ตนในฐานะกำกับดูแล สอศ.เป็นผู้แต่งตั้ง แต่เนื่องจากติดวันหยุดราชการจึงยังไม่สามารถตั้งได้ ทั้งนี้ตั้งใจว่าต้องมีตัวแทนกรมบัญชีกลางร่วมเป็นกรรมการด้วย ส่วนจะชะลอการจัดซื้อระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น คงต้องดูว่าเป็นอำนาจที่ตนสามารถสั่งการได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ มีหนังสือร้องเรียนจากบริษัทที่ประมูลได้ตามสเปกเก่ากว่า 10 รายมาถึงตน โดยระบุว่าวิทยาลัยยกเลิกสเปกโดยไม่ทำตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง ซึ่งตนได้บอกให้ไปพึ่งศาลปกครอง เพราะคงไม่สามารถนำเรื่องนี้มาเป็นเหตุสั่งระงับได้ ส่วนจะแล้วเสร็จทันตามกรอบเวลาวันที่ 31 พ.ค.หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบแต่คิดว่าคงไม่ขยายเวลาแล้ว สำหรับงบฯที่ตกไป 1,300 ล้านบาท ตอนนี้กระทรวงต่างๆ รอจะขอใช้ เงินก้อนนี้อยู่ ด้านนายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า การจัดซื้อจัดจ้างทั้งสเปกเก่าและใหม่ ดำเนินการไปแล้วกว่า 80% เชื่อว่าจะทันตามกรอบระยะเวลาทุกรายการ ส่วนผลสอบ สตง.ได้มีการชี้แจงแล้ว กรรมการกำหนดสเปกก็มายืนยันแล้วว่าได้ลงนามจริงทุกคน ส่วนการกล่าวหาว่ามีการแอบอ้างชื่อบริษัทนั้น เรื่องนี้สามารถโหลดจากเว็บไซต์ และนำชื่อมาอ้างอิงได้.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
แฉหลายกระทรวงเล็งฉกงบฯเอสพี 2 อาชีวะ
แฉหลายกระทรวงเล็งฉกงบฯเอสพี 2 อาชีวะ
น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์จนถึงขณะนี้ มีหนังสือร้องเรียนจากบริษัทที่ประมูลได้ตามสเปกเก่ากว่า 10 ราย โดยระบุวิทยาลัยยกเลิกสเปกโดยไม่ทำตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง.... น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อครุภัณฑ์โครงการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือเอสพี 2 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ มอบอำนาจให้ตนในฐานะกำกับดูแล สอศ.เป็นผู้แต่งตั้ง แต่เนื่องจากติดวันหยุดราชการจึงยังไม่สามารถตั้งได้ ทั้งนี้ตั้งใจว่าต้องมีตัวแทนกรมบัญชีกลางร่วมเป็นกรรมการด้วย ส่วนจะชะลอการจัดซื้อระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น คงต้องดูว่าเป็นอำนาจที่ตนสามารถสั่งการได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ มีหนังสือร้องเรียนจากบริษัทที่ประมูลได้ตามสเปกเก่ากว่า 10 รายมาถึงตน โดยระบุว่าวิทยาลัยยกเลิกสเปกโดยไม่ทำตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง ซึ่งตนได้บอกให้ไปพึ่งศาลปกครอง เพราะคงไม่สามารถนำเรื่องนี้มาเป็นเหตุสั่งระงับได้ ส่วนจะแล้วเสร็จทันตามกรอบเวลาวันที่ 31 พ.ค.หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบแต่คิดว่าคงไม่ขยายเวลาแล้ว สำหรับงบฯที่ตกไป 1,300 ล้านบาท ตอนนี้กระทรวงต่างๆ รอจะขอใช้ เงินก้อนนี้อยู่ ด้านนายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า การจัดซื้อจัดจ้างทั้งสเปกเก่าและใหม่ ดำเนินการไปแล้วกว่า 80% เชื่อว่าจะทันตามกรอบระยะเวลาทุกรายการ ส่วนผลสอบ สตง.ได้มีการชี้แจงแล้ว กรรมการกำหนดสเปกก็มายืนยันแล้วว่าได้ลงนามจริงทุกคน ส่วนการกล่าวหาว่ามีการแอบอ้างชื่อบริษัทนั้น เรื่องนี้สามารถโหลดจากเว็บไซต์ และนำชื่อมาอ้างอิงได้.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์จนถึงขณะนี้ มีหนังสือร้องเรียนจากบริษัทที่ประมูลได้ตามสเปกเก่ากว่า 10 ราย โดยระบุวิทยาลัยยกเลิกสเปกโดยไม่ทำตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง.... น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อครุภัณฑ์โครงการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือเอสพี 2 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ มอบอำนาจให้ตนในฐานะกำกับดูแล สอศ.เป็นผู้แต่งตั้ง แต่เนื่องจากติดวันหยุดราชการจึงยังไม่สามารถตั้งได้ ทั้งนี้ตั้งใจว่าต้องมีตัวแทนกรมบัญชีกลางร่วมเป็นกรรมการด้วย ส่วนจะชะลอการจัดซื้อระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น คงต้องดูว่าเป็นอำนาจที่ตนสามารถสั่งการได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ มีหนังสือร้องเรียนจากบริษัทที่ประมูลได้ตามสเปกเก่ากว่า 10 รายมาถึงตน โดยระบุว่าวิทยาลัยยกเลิกสเปกโดยไม่ทำตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง ซึ่งตนได้บอกให้ไปพึ่งศาลปกครอง เพราะคงไม่สามารถนำเรื่องนี้มาเป็นเหตุสั่งระงับได้ ส่วนจะแล้วเสร็จทันตามกรอบเวลาวันที่ 31 พ.ค.หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบแต่คิดว่าคงไม่ขยายเวลาแล้ว สำหรับงบฯที่ตกไป 1,300 ล้านบาท ตอนนี้กระทรวงต่างๆ รอจะขอใช้ เงินก้อนนี้อยู่ ด้านนายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า การจัดซื้อจัดจ้างทั้งสเปกเก่าและใหม่ ดำเนินการไปแล้วกว่า 80% เชื่อว่าจะทันตามกรอบระยะเวลาทุกรายการ ส่วนผลสอบ สตง.ได้มีการชี้แจงแล้ว กรรมการกำหนดสเปกก็มายืนยันแล้วว่าได้ลงนามจริงทุกคน ส่วนการกล่าวหาว่ามีการแอบอ้างชื่อบริษัทนั้น เรื่องนี้สามารถโหลดจากเว็บไซต์ และนำชื่อมาอ้างอิงได้.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
หมู่บ้านพลังแสงอาทิตย์ แห่งแรกในไทย
หมู่บ้านพลังแสงอาทิตย์ แห่งแรกในไทย
สวทช.ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) พัฒนานำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.... รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สวทช.ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) พัฒนานำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมของชุมชนในหมู่บ้านอย่างเหมาะสมกับท้องถิ่นแก่ประชาชน เบื้องต้นได้เลือกหมู่บ้านข้าวหอมนิล ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ฯ เป็นพื้นที่เป้าหมายแห่งแรกของประเทศไทย ทั้งนี้การนำพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ประโยชน์ได้มอบให้สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ (SOLARTEC) รับผิดชอบออกแบบและติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์จำนวน 56 แผง ซึ่งจะให้กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 2.5 กิโลวัตต์ ในพื้นที่เป้าหมายดังกล่าวและจะสนับสนุนบุคลากรผู้ชำนาญการช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้กับชุมชนในหมู่บ้านอีกด้วย ที่สำคัญ การติดตั้งแผงเซลล์ แสงอาทิตย์ยังถือเป็นการทดสอบแผงเซลล์ที่ SOLARTEC ผลิตในสภาพการใช้งานจริง ซึ่งพื้นที่ จ.อ่างทอง มีความเหมาะเพราะมีแสงแดดแรง ผอ.สวทช. กล่าวต่อว่า สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นพลังงานความร้อนหรือเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังนำไปใช้ในการอบแห้งผลิตผลทางการเกษตรเพื่อเป็นการถนอมอาหารได้ด้วย และจากนี้จะมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อไปติดตั้งในหมู่บ้านอื่นๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะหมู่บ้านตามชายแดนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อเป็นการลดภาระด้านพลังงานของประเทศและเป็นการสร้างรูปแบบของหมู่บ้านพอเพียงต่อไป ด้านนายเกษม พิฤทธิ์บูรณะ อธิบดี วศ. กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า พลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 2.5 กิโลวัตต์ ที่ สวทช.จะนำมาติดตั้งให้กับชุมชนในหมู่บ้านข้าวหอมนิล นอกจากจะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้แล้วจะจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ด้วยเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในหมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงสีข้าวหอมนิลของชุมชนที่ใช้ มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเครื่องสีข้าว.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
สวทช.ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) พัฒนานำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.... รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สวทช.ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) พัฒนานำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมของชุมชนในหมู่บ้านอย่างเหมาะสมกับท้องถิ่นแก่ประชาชน เบื้องต้นได้เลือกหมู่บ้านข้าวหอมนิล ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ฯ เป็นพื้นที่เป้าหมายแห่งแรกของประเทศไทย ทั้งนี้การนำพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ประโยชน์ได้มอบให้สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ (SOLARTEC) รับผิดชอบออกแบบและติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์จำนวน 56 แผง ซึ่งจะให้กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 2.5 กิโลวัตต์ ในพื้นที่เป้าหมายดังกล่าวและจะสนับสนุนบุคลากรผู้ชำนาญการช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้กับชุมชนในหมู่บ้านอีกด้วย ที่สำคัญ การติดตั้งแผงเซลล์ แสงอาทิตย์ยังถือเป็นการทดสอบแผงเซลล์ที่ SOLARTEC ผลิตในสภาพการใช้งานจริง ซึ่งพื้นที่ จ.อ่างทอง มีความเหมาะเพราะมีแสงแดดแรง ผอ.สวทช. กล่าวต่อว่า สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นพลังงานความร้อนหรือเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังนำไปใช้ในการอบแห้งผลิตผลทางการเกษตรเพื่อเป็นการถนอมอาหารได้ด้วย และจากนี้จะมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อไปติดตั้งในหมู่บ้านอื่นๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะหมู่บ้านตามชายแดนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อเป็นการลดภาระด้านพลังงานของประเทศและเป็นการสร้างรูปแบบของหมู่บ้านพอเพียงต่อไป ด้านนายเกษม พิฤทธิ์บูรณะ อธิบดี วศ. กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า พลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 2.5 กิโลวัตต์ ที่ สวทช.จะนำมาติดตั้งให้กับชุมชนในหมู่บ้านข้าวหอมนิล นอกจากจะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้แล้วจะจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ด้วยเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในหมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงสีข้าวหอมนิลของชุมชนที่ใช้ มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเครื่องสีข้าว.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
หมู่บ้านพลังแสงอาทิตย์ แห่งแรกในไทย
หมู่บ้านพลังแสงอาทิตย์ แห่งแรกในไทย
สวทช.ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) พัฒนานำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.... รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สวทช.ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) พัฒนานำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมของชุมชนในหมู่บ้านอย่างเหมาะสมกับท้องถิ่นแก่ประชาชน เบื้องต้นได้เลือกหมู่บ้านข้าวหอมนิล ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ฯ เป็นพื้นที่เป้าหมายแห่งแรกของประเทศไทย ทั้งนี้การนำพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ประโยชน์ได้มอบให้สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ (SOLARTEC) รับผิดชอบออกแบบและติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์จำนวน 56 แผง ซึ่งจะให้กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 2.5 กิโลวัตต์ ในพื้นที่เป้าหมายดังกล่าวและจะสนับสนุนบุคลากรผู้ชำนาญการช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้กับชุมชนในหมู่บ้านอีกด้วย ที่สำคัญ การติดตั้งแผงเซลล์ แสงอาทิตย์ยังถือเป็นการทดสอบแผงเซลล์ที่ SOLARTEC ผลิตในสภาพการใช้งานจริง ซึ่งพื้นที่ จ.อ่างทอง มีความเหมาะเพราะมีแสงแดดแรง ผอ.สวทช. กล่าวต่อว่า สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นพลังงานความร้อนหรือเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังนำไปใช้ในการอบแห้งผลิตผลทางการเกษตรเพื่อเป็นการถนอมอาหารได้ด้วย และจากนี้จะมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อไปติดตั้งในหมู่บ้านอื่นๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะหมู่บ้านตามชายแดนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อเป็นการลดภาระด้านพลังงานของประเทศและเป็นการสร้างรูปแบบของหมู่บ้านพอเพียงต่อไป ด้านนายเกษม พิฤทธิ์บูรณะ อธิบดี วศ. กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า พลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 2.5 กิโลวัตต์ ที่ สวทช.จะนำมาติดตั้งให้กับชุมชนในหมู่บ้านข้าวหอมนิล นอกจากจะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้แล้วจะจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ด้วยเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในหมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงสีข้าวหอมนิลของชุมชนที่ใช้ มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเครื่องสีข้าว.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
สวทช.ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) พัฒนานำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.... รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สวทช.ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) พัฒนานำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมของชุมชนในหมู่บ้านอย่างเหมาะสมกับท้องถิ่นแก่ประชาชน เบื้องต้นได้เลือกหมู่บ้านข้าวหอมนิล ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์ฯ เป็นพื้นที่เป้าหมายแห่งแรกของประเทศไทย ทั้งนี้การนำพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ประโยชน์ได้มอบให้สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ (SOLARTEC) รับผิดชอบออกแบบและติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์จำนวน 56 แผง ซึ่งจะให้กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 2.5 กิโลวัตต์ ในพื้นที่เป้าหมายดังกล่าวและจะสนับสนุนบุคลากรผู้ชำนาญการช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้กับชุมชนในหมู่บ้านอีกด้วย ที่สำคัญ การติดตั้งแผงเซลล์ แสงอาทิตย์ยังถือเป็นการทดสอบแผงเซลล์ที่ SOLARTEC ผลิตในสภาพการใช้งานจริง ซึ่งพื้นที่ จ.อ่างทอง มีความเหมาะเพราะมีแสงแดดแรง ผอ.สวทช. กล่าวต่อว่า สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นพลังงานความร้อนหรือเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังนำไปใช้ในการอบแห้งผลิตผลทางการเกษตรเพื่อเป็นการถนอมอาหารได้ด้วย และจากนี้จะมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อไปติดตั้งในหมู่บ้านอื่นๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะหมู่บ้านตามชายแดนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อเป็นการลดภาระด้านพลังงานของประเทศและเป็นการสร้างรูปแบบของหมู่บ้านพอเพียงต่อไป ด้านนายเกษม พิฤทธิ์บูรณะ อธิบดี วศ. กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า พลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 2.5 กิโลวัตต์ ที่ สวทช.จะนำมาติดตั้งให้กับชุมชนในหมู่บ้านข้าวหอมนิล นอกจากจะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้แล้วจะจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ด้วยเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในหมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงสีข้าวหอมนิลของชุมชนที่ใช้ มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเครื่องสีข้าว.
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
Saturday, May 22, 2010
โซนรักสัตว์ประจำวันอาทิตย์ 23 พ.ค.53
โซนรักสัตว์ประจำวันอาทิตย์ 23 พ.ค.53
คมชัดลึก : +++ คณะสัตวแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ฝากบอกถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้ง สุนัข แมว อื่นๆ ว่าโรงพยาบาลสัตว์ได้เปิด ศูนย์โรคระบบประสาท ออร์โธปิดิกส์ และเวชศาสตร์ฟื้นฟูเพื่อสัตว์เลี้ยงให้บริการครบวงจร
ทั้งด้านการตรวจวินิจฉัย การรักษาทางยาและการผ่าตัด การฟื้นฟูร่างกายสัตว์เลี้ยงต่างๆ ให้สมบูรณ์แข็งแรง...ทั้งนี้ ได้แถลงเปิดศูนย์และการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ... เอ้า!! เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่สนใจจะไปใช้บริการล่ะก็ หากยังไม่เข้าใจ มีข้อสงสัย หรืออยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามไปได้ที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ โทร.08-6562-3918, 0-2942-8181-3
+++ กาญจน์ชัย แสนวงศ์ ผอ.สวนสัตว์ดุสิต ฝากบอกถึงน้องๆ หนูๆ เยาวชนทุกคน ว่าตอนนี้ใกล้หมดเขตการส่งจดหมาย ไปรษณียบัตรร่วมตั้งชื่อเจ้าลูกม้าลาย (เพศเมีย) และเจ้าลูกม้าแคระอาร์เจนตินา (เพศผู้) ...น้องๆ ที่สนใจให้สามารถส่งไปได้ที่สวนสัตว์ดุสิต เลขที่ 71 ถนนพระราม 5 เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 (วงเล็บว่าตั้งชื่อลูกม้าลาย ลูกม้าแคระ) หมดเขตวันที่ 31 พ.ค. หรือโทรสอบถามไปได้ที่ 0-2281-2000 ... หากสะดวกที่จะใช้อินเทอร์เน็ตให้ส่งผลงานไปได้ทางเว็บไซต์ www.dusitzoo.org ...ท่านใดตั้งชื่อได้ถูกใจคณะกรรมการ สวนสัตว์จะส่งของรางวัลที่ระลึกให้ถึงบ้าน รับรองถูกใจแน่นอนครับพ้ม!
+++ ฟังทางนี้! ผศ.ดร.บัญชา ทองมี และนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการประมงทางน้ำ ม.แม่โจ้ บอกว่า ช่วงนี้หน้าฝนกำลังมาเยือน... เพื่อขยายผลการใช้ “ชีววิธี” (Biocontrol) ในการกำจัดไข่ยุงป้องกันโรคไข้เลือดออกจากยุงลาย โดยเฉพาะพื้นที่ชื้นแฉะ มีน้ำขัง ...จึงแนะนำให้เลี้ยง “ปลาแกมบูเซีย" หรือ "ปลากินยุง” และ “ปลาหางนกยูง” เพราะเจ้าปลาทั้งสองตัวนี้ มีสรรพคุณกำจัดไข่ยุงลายได้ชะงัด อีกทั้งช่วยทดแทนการใช้สารเคมีกำจัดไข่ยุงได้เป็นอย่างดี แถมช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแบบประหยัดต้นทุนได้อีกด้วย น่าสนใจมากครับ! ...ประชาชน ชุมชนใดที่สนใจอยากเลี้ยง สอบถามรายละเอียดได้ที่คณะเทคโนโลยีการประมงฯ โทร.0-5387-3470
+++ มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) 15/1 หมู่ 1 ซอยพระมหาการุณย์ ถ.ติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 ... เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาควัตถุปัจจัยแก่บรรดาเหล่าน้องหมา น้องแมว ของมูลนิธิกว่า 200 ชีวิต ที่ต้องการด่วนคือ ข้าวสาร อาหารเม็ด อาหารกระป๋องสุนัขและแมว ยากันยุงแบบขด หรือในรูปบริจาคเป็นเงินเพื่อซื้ออาหาร... สอบถามรายละเอียดที่มูลนิธิ โทร. 0-2584-4896, 0-2961-5625 ช่วยกันนะครับ!
เม่นแคระ (thanee@nationgroup.com)
ข่าวที่เกี่ยวข้องคะแนนต่ำสุด-สูงสุดแอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา25553คะแนนต่ำสุด-สูงสุดแอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา 2553คะแนนต่ำสุด-สูงสุดแอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา2553 พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง - ปัญหาหมาในสถานที่ราชการ ศธ.อุ้มคนพิการเรียนอุดมสามัญและอาชีพ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก : +++ คณะสัตวแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ฝากบอกถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้ง สุนัข แมว อื่นๆ ว่าโรงพยาบาลสัตว์ได้เปิด ศูนย์โรคระบบประสาท ออร์โธปิดิกส์ และเวชศาสตร์ฟื้นฟูเพื่อสัตว์เลี้ยงให้บริการครบวงจร
ทั้งด้านการตรวจวินิจฉัย การรักษาทางยาและการผ่าตัด การฟื้นฟูร่างกายสัตว์เลี้ยงต่างๆ ให้สมบูรณ์แข็งแรง...ทั้งนี้ ได้แถลงเปิดศูนย์และการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ... เอ้า!! เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่สนใจจะไปใช้บริการล่ะก็ หากยังไม่เข้าใจ มีข้อสงสัย หรืออยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามไปได้ที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ โทร.08-6562-3918, 0-2942-8181-3
+++ กาญจน์ชัย แสนวงศ์ ผอ.สวนสัตว์ดุสิต ฝากบอกถึงน้องๆ หนูๆ เยาวชนทุกคน ว่าตอนนี้ใกล้หมดเขตการส่งจดหมาย ไปรษณียบัตรร่วมตั้งชื่อเจ้าลูกม้าลาย (เพศเมีย) และเจ้าลูกม้าแคระอาร์เจนตินา (เพศผู้) ...น้องๆ ที่สนใจให้สามารถส่งไปได้ที่สวนสัตว์ดุสิต เลขที่ 71 ถนนพระราม 5 เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 (วงเล็บว่าตั้งชื่อลูกม้าลาย ลูกม้าแคระ) หมดเขตวันที่ 31 พ.ค. หรือโทรสอบถามไปได้ที่ 0-2281-2000 ... หากสะดวกที่จะใช้อินเทอร์เน็ตให้ส่งผลงานไปได้ทางเว็บไซต์ www.dusitzoo.org ...ท่านใดตั้งชื่อได้ถูกใจคณะกรรมการ สวนสัตว์จะส่งของรางวัลที่ระลึกให้ถึงบ้าน รับรองถูกใจแน่นอนครับพ้ม!
+++ ฟังทางนี้! ผศ.ดร.บัญชา ทองมี และนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการประมงทางน้ำ ม.แม่โจ้ บอกว่า ช่วงนี้หน้าฝนกำลังมาเยือน... เพื่อขยายผลการใช้ “ชีววิธี” (Biocontrol) ในการกำจัดไข่ยุงป้องกันโรคไข้เลือดออกจากยุงลาย โดยเฉพาะพื้นที่ชื้นแฉะ มีน้ำขัง ...จึงแนะนำให้เลี้ยง “ปลาแกมบูเซีย" หรือ "ปลากินยุง” และ “ปลาหางนกยูง” เพราะเจ้าปลาทั้งสองตัวนี้ มีสรรพคุณกำจัดไข่ยุงลายได้ชะงัด อีกทั้งช่วยทดแทนการใช้สารเคมีกำจัดไข่ยุงได้เป็นอย่างดี แถมช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแบบประหยัดต้นทุนได้อีกด้วย น่าสนใจมากครับ! ...ประชาชน ชุมชนใดที่สนใจอยากเลี้ยง สอบถามรายละเอียดได้ที่คณะเทคโนโลยีการประมงฯ โทร.0-5387-3470
+++ มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) 15/1 หมู่ 1 ซอยพระมหาการุณย์ ถ.ติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 ... เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาควัตถุปัจจัยแก่บรรดาเหล่าน้องหมา น้องแมว ของมูลนิธิกว่า 200 ชีวิต ที่ต้องการด่วนคือ ข้าวสาร อาหารเม็ด อาหารกระป๋องสุนัขและแมว ยากันยุงแบบขด หรือในรูปบริจาคเป็นเงินเพื่อซื้ออาหาร... สอบถามรายละเอียดที่มูลนิธิ โทร. 0-2584-4896, 0-2961-5625 ช่วยกันนะครับ!
เม่นแคระ (thanee@nationgroup.com)
ข่าวที่เกี่ยวข้องคะแนนต่ำสุด-สูงสุดแอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา25553คะแนนต่ำสุด-สูงสุดแอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา 2553คะแนนต่ำสุด-สูงสุดแอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา2553 พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง - ปัญหาหมาในสถานที่ราชการ ศธ.อุ้มคนพิการเรียนอุดมสามัญและอาชีพ
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
ท่องโลกเกษตรกับคมชัดลึก(1)ดูวิถีพอเพียงที่ศูนย์มาบเอื้อง
ท่องโลกเกษตรกับคมชัดลึก(1)ดูวิถีพอเพียงที่ศูนย์มาบเอื้อง
คมชัดลึก : กว่า 20 ปีที่ อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรืออาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ได้เนรมิตพื้นที่แห้งแล้งกันดาร มีสภาพเป็นดินดานจำนวนกว่า 40 ไร่ เป็น "ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง" ที่บ้านมาบเอื้อง ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อครั้งที่เขายังรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท ในฐานะที่รับราชการใกล้ชิดพระองค์ท่าน ในหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) สำนักนายกรัฐมนตรี
มาถึงวันนี้ "ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง" ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ ดูงานและสถานที่ฝึกอบรมสำหรับผู้ที่สนใจในวิถีพอเพียง ทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนที่สนใจโดยทั่วไป ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาแล้วนับหมื่นราย มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศกว่า 60 ศูนย์
"ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้จะพาไปดูการทำงานและกิจกรรมของศูนย์ ภายใต้การกมบังเหียนของ อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ที่ได้พลิกฟื้นดินดาน ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้กลายเป็นป่าที่สมบูรณ์ อุดมไปด้วยพืชผักและผลไม้นานาชนิดที่ปลูกไว้ภายในศูนย์แห่งนี้
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร จึงได้รวบรวมกลุ่มคนในหลายๆ อาชีพที่มีแนวคิด แนวอุดมการณ์ ในการที่จะฟื้นฟูประเทศ โดยการนำแนวคิดเรื่องทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการทำการเกษตร และการดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการรณรงค์ให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมี หยุดการพึ่งพาชาติตะวันตก และหันกลับมาพึ่งพาตนเอง โดยใช้เทคโนโลยี และภูมิปัญญาชาวบ้านที่เคยสืบทอดกันมาเพื่อเน้นการทำเกษตรที่ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย
จึงได้จัดตั้งเป็น “ชมรมกสิกรรมธรรมชาติ” ขึ้นในปี 2540 ก่อนที่จดทะเบียนเป็น มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2544 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นการนำโครงการต่างๆ ที่ชมรมได้ดำเนินการมาสานต่อ และเผยแพร่ ขยายให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายของมูลนิธิกระจายอยู่ทั่วประเทศจำนวน 63 ศูนย์ สำหรับใช้เป็นต้นแบบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อนำไปใช้เป็นแบบอย่างในการประกอบอาชีพ
ปัจจุบันศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ภายใต้การดูแลและดำเนินการโดยมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ที่มี อ.วิวัฒน์ เป็นประธาน นับเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างครบวงจร มีหลักสูตรการอบรมที่หลากหลาย อาทิ การพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่การพึ่งตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง, การเลี้ยงกุ้งด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ, เทคโนโลยีการผลิตส้มด้วยชีวภาพ, การจัดน้ำเสียและขยะด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ, เทคโนโลยีการผลิตไม้ผลอินทรีย์, การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ, เทคนิคการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์สู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง, และหลักสูตรการสร้างป่าชุมชน
ทุกหลักสูตรนั้น อ.วิวัฒน์ บอกว่า เน้นให้เข้าใจถึงปรัชญา หลักการ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม การวิเคราะห์ สังเคราะห์ การสร้างภาวะผู้นำ การปรับเปลี่ยนวิธีคิด การสร้างจิตสำนึกใหม่แบบพึ่งตนเองการเรียนรู้กระแสการเปลี่ยนแปลง และรู้เท่าทัน โดยผู้ที่จะเข้าอบรมในศูนย์แห่งนี้ แต่ละหลักสูตรมีระยะเวลาที่แตกต่างกันไปตั้งแต่หลักสูตรเรียนรู้ 2 วัน 1 คืนถึง 8 วัน 8 คืน หรือจะฝึกจนชำนาญถึง 3 เดือนก็ได้ โดยทุกหลักสูตรเรียนฟรี โดยมีงบประมาณการสนับสนุนจากภาครัฐด้วยจำนวนหนึ่ง
ผลจากความหลากหลายของหลักสูตรนั่นเอง ทำให้เนื้อที่กว่า 40 ไร่ ภายในศูนย์ในปัจจุบัน ได้มีการจัดแบ่งพื้นเป็นสัดส่วน เพื่อให้สอดคล้องในการปฏิบัติของแต่ละหลักสูตรอย่างลงตัว โดยแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ต่างๆ จำนวน 9 ฐานเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกการปฏิบัติจริง อาทิ คนเอาถ่าน คนมีไฟ คนรักษ์ป่า คนมีน้ำยา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็นพื้นที่ป่า 3 อย่างประโยชย์ 4 อย่าง สำหรับปลูกไม้ยืนต้นไว้ใช้สอย ทำบ้าน ทำฟืน ปลูกไม้ผลไว้กิน และพืชผักส่วนครัวไว้ประกอบอาหารและสมุนไพร ซึ่งไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้จะให้ประโยชน์อย่างมหาศาลในการสร้างความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศ ซึ่งจะช่วยลดภาวะโลกร้อนนั่นเอง
และในวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2553 นี้ โครงการท่องโลกเกษตรกับ "คม ชัด ลึก" จะพาผู้สนใจเยี่ยมชมศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง โดยมี "อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร" ประธานมูลนิธิให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายสรุปการดำเนินงาน พร้อมพาเยี่ยมชมกิจกรรมที่น่าสนใจตามจุดต่างๆ -2 วัน 1 คืนกับคมชัดลึก
เสาร์ที่ 12 มิถุนายน 255306.00 น. - พร้อมกันที่อาคารเนชั่นฯ ถ.บางนา-ตราด (กม.4.5) (รับประทาน ชา กาแฟ โอวัลติน ปาท่องโก๋ ร้อนๆ ก่อนออกเดินทาง)06.30 น. - เดินทางไปยังศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี09.00 น. - ถึงศูนย์มาบเอื้อง ฟังบรรยายสรุปจาก อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ อ.ยักษ์ มหาลัยคอกหมู พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมภายในศูนย์10.30 น. - ออกเดินทางไปยังสวนวิชาพันธุ์ไม้ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี11.00 น. - ถึงสวนวิชาพันธุ์ไม้ ฟังบรรยายสรุปจาก วิชา โกมลกิจเกษตร เจ้าของสวน 12.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาสามย่าน อ.แกลง จ.ระยอง13.00 น. - ออกเดินทางไปยังศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง 14.00 น. - ถึงศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง เยี่ยมชมกิจกรรมของศูนย์16.00 น. - ไหว้สักการะอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อ.แกลง จ.ระยอง18.00 น. - รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านตังเก แหลมแม่พิมพ์20.00 น. - เข้าที่พัก ณ โรงแรมระยองสตาร์ อาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 255308.00 น. - รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 09.00 น. - เดินทางไปยังสวนลุงไพบูลย์ ต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง 09.30 น. - ถึงสวนลุงไพบูลย์ของลุงไพบูลย์ อรัญนารถ พร้อมลิ้มรสผลไม้สดๆ จากสวน 10.30 น. - เดินทางไปยังเรือนเพาะชำหม้อข้าว หม้อแกงลิงของ ประกิต โพธิ์ศรี 11.00 น. - ถึงเรือนเพาะชำหม้อข้าว หม้อแกงลิง พร้อมเยี่ยมชมขั้นตอนการเพาะชำ12.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน ณ สวนย่าสน (คนเคยมา) ต้นตำรับอาหารพื้นเมืองระยอง 13.00 น. - เดินทางไปยังตลาดกลางผลไม้ จ.ระยอง14.00 น. - เลือกซื้อผลไม้และของฝากตามอัธยาศัย15.00 น. - เดินทางกลับกรุงเทพฯ18.00 น. - ถึงอาคารเนชั่นฯ ถ.บางนา-ตราด (กม.4.5) โดยสวัสดิภาพ สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งโทร.0-2338-3356-7, 08-9497-5500 (ค่าลงทะเบียน 3,852 บาท/ท่าน รับเพียง 40 ท่าน)
สุรัตน์ อัตตะ
ข่าวที่เกี่ยวข้องตำนานแผ่นดิน-ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จ.ระยอง บ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บานที่สุพรรณบุรีนศ.แบ่งโซนสมัชชาคุณธรรมคาดลดจำนวนคนโกงประเทศเปิดบ้านเป็น"ศูนย์เรียนรู้"หนุนเกษตรกรทำปุ๋ยใช้เองพุธที่ 19 พฤษภาคม 2533
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
คมชัดลึก : กว่า 20 ปีที่ อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรืออาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ได้เนรมิตพื้นที่แห้งแล้งกันดาร มีสภาพเป็นดินดานจำนวนกว่า 40 ไร่ เป็น "ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง" ที่บ้านมาบเอื้อง ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อครั้งที่เขายังรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท ในฐานะที่รับราชการใกล้ชิดพระองค์ท่าน ในหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) สำนักนายกรัฐมนตรี
มาถึงวันนี้ "ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง" ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ ดูงานและสถานที่ฝึกอบรมสำหรับผู้ที่สนใจในวิถีพอเพียง ทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนที่สนใจโดยทั่วไป ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาแล้วนับหมื่นราย มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศกว่า 60 ศูนย์
"ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้จะพาไปดูการทำงานและกิจกรรมของศูนย์ ภายใต้การกมบังเหียนของ อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ที่ได้พลิกฟื้นดินดาน ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้กลายเป็นป่าที่สมบูรณ์ อุดมไปด้วยพืชผักและผลไม้นานาชนิดที่ปลูกไว้ภายในศูนย์แห่งนี้
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร จึงได้รวบรวมกลุ่มคนในหลายๆ อาชีพที่มีแนวคิด แนวอุดมการณ์ ในการที่จะฟื้นฟูประเทศ โดยการนำแนวคิดเรื่องทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการทำการเกษตร และการดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการรณรงค์ให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมี หยุดการพึ่งพาชาติตะวันตก และหันกลับมาพึ่งพาตนเอง โดยใช้เทคโนโลยี และภูมิปัญญาชาวบ้านที่เคยสืบทอดกันมาเพื่อเน้นการทำเกษตรที่ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย
จึงได้จัดตั้งเป็น “ชมรมกสิกรรมธรรมชาติ” ขึ้นในปี 2540 ก่อนที่จดทะเบียนเป็น มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2544 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นการนำโครงการต่างๆ ที่ชมรมได้ดำเนินการมาสานต่อ และเผยแพร่ ขยายให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายของมูลนิธิกระจายอยู่ทั่วประเทศจำนวน 63 ศูนย์ สำหรับใช้เป็นต้นแบบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อนำไปใช้เป็นแบบอย่างในการประกอบอาชีพ
ปัจจุบันศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ภายใต้การดูแลและดำเนินการโดยมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ที่มี อ.วิวัฒน์ เป็นประธาน นับเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างครบวงจร มีหลักสูตรการอบรมที่หลากหลาย อาทิ การพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่การพึ่งตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง, การเลี้ยงกุ้งด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ, เทคโนโลยีการผลิตส้มด้วยชีวภาพ, การจัดน้ำเสียและขยะด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ, เทคโนโลยีการผลิตไม้ผลอินทรีย์, การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ, เทคนิคการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์สู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง, และหลักสูตรการสร้างป่าชุมชน
ทุกหลักสูตรนั้น อ.วิวัฒน์ บอกว่า เน้นให้เข้าใจถึงปรัชญา หลักการ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม การวิเคราะห์ สังเคราะห์ การสร้างภาวะผู้นำ การปรับเปลี่ยนวิธีคิด การสร้างจิตสำนึกใหม่แบบพึ่งตนเองการเรียนรู้กระแสการเปลี่ยนแปลง และรู้เท่าทัน โดยผู้ที่จะเข้าอบรมในศูนย์แห่งนี้ แต่ละหลักสูตรมีระยะเวลาที่แตกต่างกันไปตั้งแต่หลักสูตรเรียนรู้ 2 วัน 1 คืนถึง 8 วัน 8 คืน หรือจะฝึกจนชำนาญถึง 3 เดือนก็ได้ โดยทุกหลักสูตรเรียนฟรี โดยมีงบประมาณการสนับสนุนจากภาครัฐด้วยจำนวนหนึ่ง
ผลจากความหลากหลายของหลักสูตรนั่นเอง ทำให้เนื้อที่กว่า 40 ไร่ ภายในศูนย์ในปัจจุบัน ได้มีการจัดแบ่งพื้นเป็นสัดส่วน เพื่อให้สอดคล้องในการปฏิบัติของแต่ละหลักสูตรอย่างลงตัว โดยแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ต่างๆ จำนวน 9 ฐานเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกการปฏิบัติจริง อาทิ คนเอาถ่าน คนมีไฟ คนรักษ์ป่า คนมีน้ำยา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็นพื้นที่ป่า 3 อย่างประโยชย์ 4 อย่าง สำหรับปลูกไม้ยืนต้นไว้ใช้สอย ทำบ้าน ทำฟืน ปลูกไม้ผลไว้กิน และพืชผักส่วนครัวไว้ประกอบอาหารและสมุนไพร ซึ่งไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้จะให้ประโยชน์อย่างมหาศาลในการสร้างความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศ ซึ่งจะช่วยลดภาวะโลกร้อนนั่นเอง
และในวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2553 นี้ โครงการท่องโลกเกษตรกับ "คม ชัด ลึก" จะพาผู้สนใจเยี่ยมชมศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง โดยมี "อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร" ประธานมูลนิธิให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายสรุปการดำเนินงาน พร้อมพาเยี่ยมชมกิจกรรมที่น่าสนใจตามจุดต่างๆ -2 วัน 1 คืนกับคมชัดลึก
เสาร์ที่ 12 มิถุนายน 255306.00 น. - พร้อมกันที่อาคารเนชั่นฯ ถ.บางนา-ตราด (กม.4.5) (รับประทาน ชา กาแฟ โอวัลติน ปาท่องโก๋ ร้อนๆ ก่อนออกเดินทาง)06.30 น. - เดินทางไปยังศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี09.00 น. - ถึงศูนย์มาบเอื้อง ฟังบรรยายสรุปจาก อ.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ อ.ยักษ์ มหาลัยคอกหมู พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมภายในศูนย์10.30 น. - ออกเดินทางไปยังสวนวิชาพันธุ์ไม้ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี11.00 น. - ถึงสวนวิชาพันธุ์ไม้ ฟังบรรยายสรุปจาก วิชา โกมลกิจเกษตร เจ้าของสวน 12.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาสามย่าน อ.แกลง จ.ระยอง13.00 น. - ออกเดินทางไปยังศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง 14.00 น. - ถึงศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง เยี่ยมชมกิจกรรมของศูนย์16.00 น. - ไหว้สักการะอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อ.แกลง จ.ระยอง18.00 น. - รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านตังเก แหลมแม่พิมพ์20.00 น. - เข้าที่พัก ณ โรงแรมระยองสตาร์ อาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 255308.00 น. - รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 09.00 น. - เดินทางไปยังสวนลุงไพบูลย์ ต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง 09.30 น. - ถึงสวนลุงไพบูลย์ของลุงไพบูลย์ อรัญนารถ พร้อมลิ้มรสผลไม้สดๆ จากสวน 10.30 น. - เดินทางไปยังเรือนเพาะชำหม้อข้าว หม้อแกงลิงของ ประกิต โพธิ์ศรี 11.00 น. - ถึงเรือนเพาะชำหม้อข้าว หม้อแกงลิง พร้อมเยี่ยมชมขั้นตอนการเพาะชำ12.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน ณ สวนย่าสน (คนเคยมา) ต้นตำรับอาหารพื้นเมืองระยอง 13.00 น. - เดินทางไปยังตลาดกลางผลไม้ จ.ระยอง14.00 น. - เลือกซื้อผลไม้และของฝากตามอัธยาศัย15.00 น. - เดินทางกลับกรุงเทพฯ18.00 น. - ถึงอาคารเนชั่นฯ ถ.บางนา-ตราด (กม.4.5) โดยสวัสดิภาพ สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งโทร.0-2338-3356-7, 08-9497-5500 (ค่าลงทะเบียน 3,852 บาท/ท่าน รับเพียง 40 ท่าน)
สุรัตน์ อัตตะ
ข่าวที่เกี่ยวข้องตำนานแผ่นดิน-ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จ.ระยอง บ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บานที่สุพรรณบุรีนศ.แบ่งโซนสมัชชาคุณธรรมคาดลดจำนวนคนโกงประเทศเปิดบ้านเป็น"ศูนย์เรียนรู้"หนุนเกษตรกรทำปุ๋ยใช้เองพุธที่ 19 พฤษภาคม 2533
NEWSblank ข่าวออนไลน์
เรียนภาษาอังกฤษ | หอพัก | ดาวน์โหลด | vol6
Subscribe to:
Posts (Atom)
Blog Archive
-
▼
2010
(94)
-
▼
May
(79)
- รอบรั้วเกษตร (อังคารที่ 1 มิ.ย.53)
- มข.วิจัยภูมิปัญญาไทย ปั้นตุ่ม ต่อลมหายใจนักปั้นบ้...
- เปิดแล้วน้ำสลัดเตี๋ยวเรือโบราณ
- นมน้อยผลบำรุงน้ำนม
- เปิดศูนย์อบรม ผู้นำสหกรณ์ ก้าวสู่มืออาชีพ
- 11ปฏิญญาวิสาขบูชาโลกเชื่อศาสนาพาไทยพ้นวิกฤติ
- ม.หอการค้าไทยเลื่อนเปิดเรียน
- สังคมราชภัฏประจำวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.53
- ฝึกสมาธิรับน้องใหม่
- วธ.พิมพ์หนังสือรวมพระพุทธรูปสำคัญแจก ปชช.
- 11ปฏิญญาวิสาขบูชาโลกเชื่อศาสนาพาไทยพ้นวิกฤติ
- ม.หอการค้าไทยเลื่อนเปิดเรียน
- สังคมราชภัฏประจำวันศุกร์ที่ 28 พ.ค.53
- ฝึกสมาธิรับน้องใหม่
- วธ.พิมพ์หนังสือรวมพระพุทธรูปสำคัญแจก ปชช.
- พอเพียงด้วยโครงการเลี้ยงไก่ไข่กับเยาวชน ร.ร.บ้านพร...
- เผาเมือง-ก่อการร้าย บัญญัติศัพท์ใหม่ ในพจนานุกรม
- ให้เด็กเรียนเรื่องปรองดองในห้องเรียนลดแตกแยก
- สพฐ.ให้รางวัลSAPAสถานศึกษาผลสัมฤทธิ์เรียนดี
- ลงดาบโฆษณา หมอมวลชน อวดอ้างเกินจริง
- งานไทยเฟสติวัลครั้งที่ 11 ที่ญี่ปุ่น
- งานไทยเฟสติวัลครั้งที่ 11 ที่ญี่ปุ่น
- ใช้กากตะกอนน้ำเสีย-ขี้แป้ง เติมธาตุอาหารลงดินแทนปุ๋ยฯ
- ใช้กากตะกอนน้ำเสีย-ขี้แป้ง เติมธาตุอาหารลงดินแทนปุ๋ยฯ
- ขู่ตัดสิทธิ์แอดมิชชั่น ม.5 สอบ GAT-PAT
- ขู่ตัดสิทธิ์แอดมิชชั่น ม.5 สอบ GAT-PAT
- แฉหลายกระทรวงเล็งฉกงบฯเอสพี 2 อาชีวะ
- แฉหลายกระทรวงเล็งฉกงบฯเอสพี 2 อาชีวะ
- หมู่บ้านพลังแสงอาทิตย์ แห่งแรกในไทย
- หมู่บ้านพลังแสงอาทิตย์ แห่งแรกในไทย
- โซนรักสัตว์ประจำวันอาทิตย์ 23 พ.ค.53
- ท่องโลกเกษตรกับคมชัดลึก(1)ดูวิถีพอเพียงที่ศูนย์มาบ...
- เลาะรั้วมหาวิทยาลัยประจำวันที่23พ.ค.
- คนรักหมา หมาตัวแรกของผม
- หุ่นยนต์ ส.ส.ไอเดีย3ดีรุ่นจิ๋วสะท้อน ส.ส.ในฝันประชาชน
- ปส.ปรับโครงสร้างกำกับนิวเคลียร์
- เด็กนาฏศิลป์เฮ สบศ.ใจปํ้าอุดหนุนทุนเรียนฟรีอื้อ
- จี้องค์การค้าเร่งปั๊มตำรา 9 รายการ
- ศธ.ถกงบปี 54 เตรียมจ่อคิวแจงสภาฯ
- พิษม็อบทำลูกจ้างอ่วม ตกงานแล้วกว่า1.8หมื่นคน
- เด็กนาฏศิลป์เฮ สบศ.ใจปํ้าอุดหนุนทุนเรียนฟรีอื้อ
- จี้องค์การค้าเร่งปั๊มตำรา 9 รายการ
- ศธ.ถกงบปี 54 เตรียมจ่อคิวแจงสภาฯ
- พิษม็อบทำลูกจ้างอ่วม ตกงานแล้วกว่า1.8หมื่นคน
- จี้อุดมเปิดประตูส่งนักศึกษาสู่อาเซียน
- กรมอุทยานฯ ล้างข้อครหาซื้อขายเก้าอี้
- ชินวรณ์สั่งร.ร.ทั่วไทยเฝ้าระวังหลังถูกเผา3แห่ง
- ให้ร.ร.ในกทม.ทุกสังกัดเปิดเทอม24พ.ค.เว้นเรดโซน
- จี้อุดมเปิดประตูส่งนักศึกษาสู่อาเซียน
- ชินวรณ์สั่งทุกองค์กรหลักตั้งทีมแจงงบปี54
- กรมอุทยานฯ ล้างข้อครหาซื้อขายเก้าอี้
- ชินวรณ์สั่งร.ร.ทั่วไทยเฝ้าระวังหลังถูกเผา3แห่ง
- ให้ร.ร.ในกทม.ทุกสังกัดเปิดเทอม24พ.ค.เว้นเรดโซน
- ชินวรณ์สั่งทุกองค์กรหลักตั้งทีมแจงงบปี54
- หัวใจไทย เอาอะไรกับการเมือง
- เปลี่ยนไร่ข้าวโพดสู่วิถีไร่มันฝรั่งทำเงินแสนพลิกชี...
- หัวใจไทย เอาอะไรกับการเมือง
- สมอหิน เปลือกย้อมผ้า
- เปลี่ยนไร่ข้าวโพดสู่วิถีไร่มันฝรั่งทำเงินแสนพลิกชี...
- เปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้หนุนเกษตรกรทำปุ๋ยใช้เอง
- สมอหิน เปลือกย้อมผ้า
- ทุ่ม131ล้านผุดศูนย์ข้าวรับเปิดค้าเสรี
- เปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้หนุนเกษตรกรทำปุ๋ยใช้เอง
- ทุ่ม131ล้านผุดศูนย์ข้าวรับเปิดค้าเสรี
- ร.ร.หวั่นม็อบ เลื่อนเปิดเรียน เกรงไม่ปลอดภัย
- รพ.จุฬาสั่ง ขรก.หยุดงานปิดบริการ-MBKปิดอีก1วัน
- ศธ.สั่งเลื่อนเปิดโรงเรียนในกทม.ไป24พ.ค.
- จัดเซฟตี้โซน!รองรับเด็กออกจากม็อบ
- หนุนสมุนไพรไทย ลดนำเข้ายา ตั้งเป้าใช้เพิ่ม5%
- ม็อบปะทะเดือด ดับแล้ว25 บาดเจ็บอีกมาก
- ร.ร.หวั่นม็อบ เลื่อนเปิดเรียน เกรงไม่ปลอดภัย
- รพ.จุฬาสั่ง ขรก.หยุดงานปิดบริการ-MBKปิดอีก1วัน
- ศธ.สั่งเลื่อนเปิดโรงเรียนในกทม.ไป24พ.ค.
- จัดเซฟตี้โซน!รองรับเด็กออกจากม็อบ
- พอแล้วรวย ปฏิรูปรอบด้าน
- ต่อยอด สินธรสเต๊กเฮ้าส์ สู่ ภัตตาคาร ฮาลาลนานาชาติ
- เจ้าตูบวิกฤติ! ขาดแคลน เลือด ชวนบริจาค
- 4 โรงเรียนดังใกล้ม็อบ ประกาศเลื่อนเปิดเทอม
- เตรียมอุดมศึกษาเลื่อนเปิดเทอมเป็น24พ.ค.นี้
-
▼
May
(79)